Ubuntu

Set up page's margin on Firefox (Linux)

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม Firefox บน Ubuntu ถึงไม่มีหน้าต่างกำหนดขนาดขอบกระดาษ เลยต้องไปหาใน about:config แล้วกรองด้วยคำว่า margin (กรองด้วย print มันออกมาเยอะ) ค่าที่สนใจมี

print.print_extra_margin เป็นขอบกระดาษตอนพรีวิว มีหน่วยเป็น twip มีค่าปริยายอยู่ที่ 90 หรือประมาณ 1/8 นิ้ว

print.printer_(PRINTER_NAME).print_margin_(POSITION) เป็นขอบกระดาษตอนพิมพ์ คิดระหว่างเนื้อหากับขอบกระดาษ มีหน่วยเป็น นิ้ว มีค่าปริยายอยู่ที่ 0.5

print.printer_(PRINTER_NAME).unwriteable_margin_(POSITION) เป็นขอบกระดาษตอนพิมพ์ สำหรับหัวกระดาษ และท้ายกระดาษอย่างเดียว ไม่คิดรวมกับตัวแปรก่อนหน้า หน่วยเป็น point มีค่าปริยายอยู่ที่ 0

Change default connection route on Ubuntu

ผมมีเน็ตอยู่ 2 วง คือของในร้านที่วิ่งผ่าน LAN กับของส่วนตัวที่ต่อกับ MODEM CDMA แต่ Ubuntu มันไม่เหมือน Windows ที่กำหนด default connection ได้ง่าย ๆ แค่คลิกขวา พอต่อเข้าวง LAN ของร้านมันเลยใช้เน็ตของทางร้านทุกที สุดท้ายเลยไม่ได้ต่อเข้ากับวง LAN เพราะไม่อยากให้มันใช้เน็ตของทางร้าน (ขี้เกียจแก้ route)

วันก่อนนึกสนุก ลองเขียน script สำหรับเปลี่ยน default connection (แบบกึ่งอัตโนมัติ) ขึ้นมาเลยเอามาเขียนถึงสักหน่อย

พอดี IP ที่ได้มันเปลี่ยนตลอดเวลา จะให้ดึงข้อมูลของ route มาแล้วหา ip กับ interface ให้พร้อมสรรพ ผมยังไม่สามารถ ขอผ่านไปก่อนละกัน

คำสั่งสำคัญมีอยู่แค่ route del default กับ route add default gw <ip> <interface> เอง

Burg Configuration Guide (Quick and Dirty)

หลังจากที่ลง Ubuntu 10.10 มาแล้ว ก็อ่าน Review ที่ Blognone และปรับเปลี่ยนตามที่เขาแนะนำกันหลาย ๆ อย่าง จนสุดท้ายติดตั้ง BURG ซึ่งผลที่ได้ก็เรียบร้อยสวยงามดี แอบมีติด ๆ ขัด ๆ บ้างเล็กน้อย

พอใช้จริงก็มีปัญหาเล็กน้อยคือ ข้อความแสดงชื่อ OS นั้นมันยาวไป ไม่เข้ากับบางธีมของ BURG (ผมใช้ Sora) เลยต้องกลับไปค้นเกี่ยวกับการแก้ไขการตั้งค่าของ GRUB ซึ่ง BURG ก็ใช้ไฟล์รูปแบบเดียวกัน สุดท้ายก็ได้ Boot loader สวย ๆ มาใช้สักที

Custom Date/Time Format on Ubuntu Panel

ทุกครั้งที่ติดตั้ง Ubuntu ใหม่ เพราะไม่อยาก Upgrade กลัวมันจะสร้างปัญหาให้แก้มากกว่าความสะดวก และเกือบทุกครั้งก็ลบ Config ทิ้งไปเกือบทุกรอบ ด้วยความไม่ชำนาญกับระบบ และอยากจะเห็นว่า รุ่นใหม่ ๆ เขามีอะไรปรับแต่งเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเก่าบ้าง เลยทำแบบนี้มาตลอด

นอกเหนือจากสิ่งที่ปรับแต่งไม่ยากแล้ว จะมีสิ่งหนึ่งที่ผมทำเสมอ คือ ตกแต่ง applet Date/Time เสียใหม่ โดยเพิ่ม วัน และ ทำสีของเวลาให้เข้มขึ้น

  1. เปิด gconf-editor ขึ้นมา
  2. ไปที่ /apps/panel/applets/clock_screen0/prefs
  3. แก้ไขค่า custom_format เป็น <span color="#777777">%A, %d %B %G</span> <b>%H:%M</b> รายละเอียดตัวแปรดูจาก strftime()
  4. แก้ไขค่า format เป็น custom เป็นอันเสร็จพิธี

ปล. ใช้ HTML4 Strict ไม่ได้นะเออ

Tags:

Set Default Gateway in Ubuntu

ผมจำเป็นต้องอยู่ในวงแลนเพื่อทำงาน ซึ่งวงแลนนั้นก็สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ แต่ผมต้องการที่จะใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน 3G Modem ของผมเอง มันไม่เร็วกว่าหรอก เพราะในวงแลนก็ใช้เน็ตผ่านทาง 3G Modem เหมือนกัน เพียงแต่มันไม่ต้องไปแย่งกับใครเขาเท่านั้นเอง

บน Windows ทำได้ง่ายได้เพราะมีคำสั่ง Set as Default Connection ให้ แต่เพื่อความแน่ใจ ผมก็เลยเอา Gateway ออกไปด้วย แต่สำหรับ Ubuntu แล้ว ไม่มีคำสั่ง Set as Default Connection ให้ มิหนำซ้ำ หากไม่ใส่ Gateway ก็ไม่สามารถบันทึกการตั้งค่าระบบแลนได้อีกต่างหาก

มันจะไม่เป็นปัญหาสำหรับผม หากหากมันเลือกใช้เน็ตผ่าน 3G Modem แต่นี่มันดันเลือกใช้ผ่าน LAN แทน ผมพยายามนั่งค้นหาวิธีอยู่นานกว่าจะเจอเล่นเอาท้อไปเหมือนกัน ถ้าไม่ติดว่า เรียนเกี่ยวกับ Web Develop แล้วการทำงานบนลินุกซ์จะสะดวกกว่าแล้ว ผมคงจะไม่แวะเวียนมาหา Ubuntu อีก (Web Server ที่ผมเลือกมันเป็นลินุกซ์นี่)

My Lenovo ThinkPad T400 2765-RY2

ไม่ได้เขียนเป็น Review นะครับ เขียนไม่เป็น เอาเป็นว่า เขียนถึงมันก็แล้วกัน

ThinkPad เครื่องนี้ได้เป็นของขวัญวันเกิดครับ แต่พอดีได้มาในวันคริสมาสพอดีเลยถือว่าเป็นของขวัญคริสมาส และของขวัญปีใหม่ด้วยละกัน ก็มันมีราคาพอสมควรนี่นา เอาให้มันคุ้ม ๆ หน่อยละกัน

และมันยังเป็นโน้ตบุ๊คเครื่องแรกในชีวิตอีกด้วย

ผมสั่งมันผ่านทางร้าน DCom สาขาตรัง (Trang Advance Telecom) ในราคา 37900 บาท ได้รับส่วนลดนิดหน่อย คราวแรกเขาบอกว่าจะได้ ประมาณ กลางเดือนมกราคม 2553 แต่ไป ๆ มา ๆ ของมาถึง วันที่ 24 ธันวาคม ตอนเย็น ผมเลยออกไปรับวันที่ 25 ธันวาคม เสียเลย :)

ส่วนสเป็ค ดูได้จากเว็บ Spatc นะครับ ขี้เกียจจะเขียนเองให้ยืดยาวแล้วอ่ะ

CAT CDMA and Ubuntu Server with Squid and Frox

คนเรามันไม่รู้จักพอ

previous blog: CAT CDMA 3G on Windows and Ubuntu

ในครั้งแรก ใช้ Windows XP เป็นเซิฟเวอร์ ก็ง่าย ๆ แจกได้ ลง squid เรียกร้อย แต่มันทำ transparent proxy ไม่ได้ พยายามหาโปรแกรมจัดการ route แต่ก็ไม่เจอโปรแกรมฟรี เลยปล่อยมันไปอย่างนั้น ใช้เน็ตก็ผ่าน Squid Proxy ไป

เล่นเกมก็ผ่านไปทางปกติ ไม่มีปัญหาอะไร (ที่ทำแบบนี้เพราะ ข้อมูลเขาบอกว่าได้ความเร็วไม่เกิน 500kbps บนลินุกซ์นั่นแหละ)

แต่เมื่อลองทดสอบเองแล้ว มันได้เกิน 500kbps จึงต้องเปลี่ยน Server อีกครั้ง เปลี่ยนมาใช้ Ubuntu นั่นเอง

จัดการดาวโหลด Ubuntu Sever 9.10 มาเรียบร้อย ติดตั้งเรียบร้อย โดยลงแต่ OpenSSH เพื่อควบคุมระยะไกล (แต่ยังไม่เคยลองใช้เลย ไปจิ้มที่เครื่องตลอด) และไม่ได้ติดตั้ง GNOME ต้องการจะใช้ command-line เท่านั้น

ทำเสร็จปุ๊บ ครั้งแรกก็เจอปัญหา...

ใช่แล้ว จะหมุน 3G MODEM ยังไง?

ครั้งก่อนใช้ผ่าน GUI ของ Network Manger แต่ครั้งนี้ไม่มีให้ใช้แล้ว

จนทุดท้ายได้เจอบล็อก: ถอยมาแล้ว Novatel Ovation MC760 เลยหา wvdial มาลอง

แต่ Ubuntu มันไม่ได้ลง wvdial มาให้หน่ะสิ สุดท้ายเลยต้องให้เครื่องที่ใช้ประจำแชร์เน็ตไปให้เครื่องเซิฟเวอร์ เพื่อจะลง wvdial

(ที่จริงคาดว่าคงจะมีวิธีอื่น แต่ก็ไม่ได้หาต้องรีบทำให้เสร็จ)

CAT CDMA 3G on Windows and Ubuntu

ก่อนหน้านี้ใช้ IPStar อยู่ แต่มันมีวิบากกรรมมากมาย ไหนจะราคาที่แสนแพง แล้วยัง ping เยอะมาก แต่ก็เป็นทางเลือกเดียวที่มี

แต่มาไม่นานมานี้ มีเสา CAT CDMA มาตั้งอยู่ข้างนอก (วัดเอาได้ 10 กว่ากิโล) ก็เลยลองเสี่ยงดู จัดการซื้อ Novatel Wireless Ovation MC760 มาตัวนึง พร้อมด้วย แผงรับสัญญาณแบบยากิ มาด้วย (ความตั้งใจจะซื้อ 2 ชุด)

ผลการทดสอบการใช้งาน โดยไม่มีแผงอยู่ที่ประมาณ 400kbps - 500kbps ซึ่งก็น่าพอใจ ครั้งแรกคิดว่าจะเอามาใช้ให้ Ubuntu เป็น Server เลยปิดดูรายละเอียดจากเว็บ แต่เขากลับแจ้งว่า Driver บนลินุกซ์นั้น จะให้ความเร็วได้ไม่เกิน 500kbps

ตอนนั้นยังไม่ได้แผงรับสัญญาณ เลยคิดว่า คงต้องใช้ Windows เป็น Server แน่แล้ว แต่พอแผงรับสัญญาณมาถึง ทดสอบเองแล้วได้ 600kbps - 800kbps อืม มันเกินที่เขาบอกไว้นี่นา

แต่เนื่องจากใช้สายยาว 30 เมตร เลยลองทดลองต่อให้เหลือแค่ 15 เมตร ผลปรากฏว่าความเร็วยังเพิ่มขึ้นไปได้ 1000kbps - 1500kbps

เป็นอันว่า ผ่าน (ดีกว่า IPStar เยอะ แถมถูกกว่าอีกด้วย)

Flock กับ Ubuntu 64bit และ Flash plugins

วันก่อนมีพี่คนนึงถามว่า "เคยใช้ Flock ไหม" ผมตอบไปว่า "ไม่เคย แต่รู้ว่ามันเป็นร่างที่แปลงมาจาก Firefox เท่านั้น" แต่ก็ไม่ได้หยุดเฉย เลยไปหาคำตอบว่า Flock มันทำอะไรได้ และได้รู้ว่ามันคือ Social Network Browser และมี Twitter Client ในตัว เลยลองดาวโหลดมาดูสักหน่อยนึง

ในครั้งแรกผมดาวโหลดจากเว็บหลัก ได้เป็นไฟล์ .tar.gz มาติดตั้งใน home ก็ใช้ได้ดี เลยไหหาในเว็บ getdeb.net และได้ไฟล์ .deb มาติดตั้งลงไปในระบบเลย

พอเปิดมาลองหา Twitter ก่อนเลย และได้พบว่ามันแสดงเป็น Sidebar ด้านซ้าย ทำให้ผมสามารถที่จะเล่นเว็บแล้วเหลือบไปมองมันได้บ่อย ๆ และมีระบบ Social Network อื่น ๆ อย่าง Facebook, Flickr, MySpace, Delicious ฯลฯ และยังมีตัวเช็คเมลของ GMail, Yahoo!, AOL ให้ในตัว (ไม่มีของ hotmail แฮะ)

มันยังตรวจพบ Media Contents (พวกรูปภาพใน Flickr และวิดีโอใน Youtube) แล้วแสดงเป็นหน้าต่างให้เลือกบริเวณด้านบน

แต่มันไม่เจอ Flash plugins รวมทั้ง plugins ต่าง ๆ ที่ลงไว้กับ Firefox อีกด้วย ลองค้นหาตามเว็บต่าง ๆ แล้วได้เจอมาหลากหลายวิธีมาก อย่างเช่น

  • สร้าง symbolic link ไปยัง /usr/lib/firefox/plugins/ {syntaxhighlighter brush: bash} ln -s /usr/lib/firefox/plugins/ /usr/share/flock/plugins {/syntaxhighlighter}
  • คัดลอกไฟล์จาก /usr/lib/firefox/plugins/ ไปยัง /usr/share/flock/plugins/ โดยตรง

แต่ก็ยังไม่ได้ผลเลย (ผมลองทั้ง lib และ lib64 แล้วก็ยังไม่ได้ผล) เลยสุดท้ายเจอคำแนะนำว่า ใช้ .so จากเว็บหลักดู

ลองดูในเครื่องมีไฟล์ install_flashplayer_10_linux.deb อยู่แล้ว เลยลองใช้อันนี้ลงละกัน (ถ้าใครไม่ใช้ .deb จะโหลด .tar.gz มาก็คงจะได้เหมือนกัน) ลองเอา libflashplayer.so ไปใส่ใน /usr/share/flock/plugins/ แล้ว Flock มันก็เล่น Flash ได้แล้ว (เย้!)

เอา Kernel เก่าของ Ubuntu ออก

เวลาอัพเดท kernel ใหม่ Ubuntu จะเก็บ kernel เก่า ๆ ไว้ด้วย เผื่อมีปัญหากับ kernel ใหม่จะได้ใช้ kernel เก่าแทน แต่การอัพเดทหลาย ๆ ครั้งเข้า ทำให้รายการของ kernel ใน grub ยาวเหยียด

ถึงแม้จะแก้ไขใน menu.lst ของ grub ได้ แต่ตอนอัพเดทใหม่ มันก็สร้างขึ้นมาใหม่ตลอด งั้นเอาออกไปเลยดีกว่า

โดย package ที่จะต้องเอาออกก็คือ

  • linux-image-หมายเลขรุ่น-generic
  • linux-restricted-modules-หมายเลขรุ่น-generic
  • linux-headers-หมายเลขรุ่น
  • linux-headers-หมายเลขรุ่น-generic

วิธีเอาออกก็เปิด Synaptic Package Manager ขึ้นมา แล้วค้นหา linux-image- และ linux-headers- หากจำไม่ได้ว่าหมายเลขรุ่นของ kernel อันไหนที่จะเอาออก

Note: อย่าเอา kernel ล่าสุดออกเป็นอันขาด และควรจะเว้น kernel เก่าไว้สักรุ่นเผื่อ kernel ล่าสุดมีปัญหา

Pages