Review

หนังสือ: คู่มือนำเที่ยว นครวัด นครธม

ผมจะเดินทางไปเที่ยวกัมพูชาปลายเดือนหน้า เลยพยายามหาข้อมูล (ที่จริงส่วนมากแล้วแฟนเป็นคนหา เพราะว่าเรามักตกลงกันไม่ค่อยได้ เลยยอมให้เขาเป็นฝ่ายเลือกดีกว่า) มีคนจากห้อง Blue Planet แนะนำหนังสือเล่มนี้มาให้

คุณภาพของหนังสือ (ไม่ใช่เนื้อหานะ) เท่าที่ดูตอนแรกก็พอใจอยู่ เพราะเล่มมันยาว แต่แคบ สะดวกแก่การพก แต่ว่ากระดาษเป็นกระดาษธรรมดาแทนที่จะเป็น Green Read เลยทำให้ผมไม่ประทับใจสักเท่าไหร่ และอีกอย่างการเข้าเล่มทำได้แย่มาก ซื้อมาเปิดดูนิดหน่อยหน้ากระดาษก็หลุดออกมาเสียแล้ว เท่าที่สังเกตน่าจะเพราะกาวที่ติดปกคุณภาพไม่ดี ไม่ประทับใจอย่างแรง คราวหน้าถ้าต้องซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์สารคดี หรือหนังสือชุดนายรอบรู้ คงต้องดูให้ละเอียดสักหน่อย

ส่วนเนื้อหาในหนังสือ ช่วยทำให้ผมมีความรู้เกี่ยวกับนครวัด นครธมมากขึ้น ทั้งในด้านประวัติศาสตร์การค้นพบ และประวัติศาสตร์ของตัวนครวัด นครธมเอง

หนังสือ: เที่ยวลาวในสไตล์พี่วุฒิ พี่เคท

ชื่อหนังสือเต็ม ๆ คือ ลาว: ไปเองได้ จ่ายน้อยกว่า เที่ยวมากกว่า สไตล์ พี่วุฒิ & พี่เคท แต่มันยาวไปหน่อย ผมย่อลงละกัน

หนังสือของคุณวุฒิเล่มนี้ เล่าถึงการไปเที่ยวประเทศลาวเมื่อหลายปีก่อน บรรยายถึงบรรยากาศของประเทศลาวในสไตล์ที่ผมชอบ อากาศเย็น ๆ เงียบ ๆ สงบ ๆ ผู้คนเป็นมิตร เป็นอะไรที่เหมือนฝันสำหรับผม ถึงแม้ตอนนี้จะมีหลาย ๆ ส่วนเปลี่ยนแปลงไปมาก อย่างแถวแม่น้ำซองที่ไม่เงียบสงบอย่างที่ปรากฏในหนังสือ แต่กลับมีผับ เธค เปิดขึ้นทั่วเสียแล้ว เป็นที่น่าเสียดายอยู่ไม่น้อย

เนื้อหาในหนังสือไม่เชิงเป็นหนังสือท่องเที่ยว แต่เป็นบันทึกการเดินทางของทั้งคู่มากกว่า เพราะเล่าถึงสิ่งที่พวกเขาได้ประสบพบเจอกันในการเดินทาง ความประทับใจ ไม่ประทับใจ และความลำบากใจต่าง ๆ รวมอยู่ มีความคิดเห็นของผู้เขียนปะปนอยู่ในหนังสือ ส่วนมากในมุมมองเชิงจิตวิทยาเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งสอดแทรกอารมณ์ขันเอาไว้ ให้อ่านได้เพลิน ๆ

หนังสือ: 108 เทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล

หนังสือเล่มนี้ซื้อมานานแล้ว (พิมพ์เมื่อปี 2549 โน่น) อ่านจบไปรอบนึง จำได้บ้างไม่ได้บ้าง เลยมาอ่านอีกรอบ เพราะ (คาด) ว่าจะซื้อกล้องใหม่ และกำลังจะไปเที่ยวอีก เลยอ่านเสริมความรู้อีกหน่อย

หนังสือหลัง ๆ มานี่ ผมคงจะเขียนแค่รีวิว โดยไม่ได้ลงรายละเอียดในหนังสือมากนัก เพราะกังวลเรื่องปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ ถึงแม้จะเป็นการเขียนถึงหนังสือเหล่านั้นด้วยความชื่นชม อาจจะมีติบ้างหากพบเห็นเข้า และสามารถใช้ในลักษณะ Fair Use ได้ก็ตาม จะมียกเว้นก็เป็นหนังสือ 3 เล่มของคุณอาษา ที่ผมขออนุญาตมาเรียบร้อยแล้ว

เลยเอาเป็นว่า กันไว้มันดีกว่าแก้

Assassin's Creed II

อันนี้ก็เขียนลง Google+ ไว้ชาติกว่าเช่นกัน

หลังจากจบ Assassin's Creed ภาคแรก ก็ต่อด้วยภาคสองทันที เพื่อให้อารมณ์มันต่อเนื่อง แต่พอติดตั้งผ่าน Steam เสร็จ กลับมีอุปสรรคนิดหน่อย คือมันเล่นไม่ได้ เพราะมันไปค้างอยู่ที่ UPlay (หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ) แล้วไม่ไปต่อ ทางแก้ง่าย ๆ คือ ติดตั้ง UPlay รุ่นล่าสุดจากเว็บไซต์ แล้วก็เปิดเกมใหม่ ระบบก็จะเชื่อมต่อข้อมูลบางส่วน และสามารถเล่นเกมผ่าน UPlay ได้แล้ว

อันนี้เป็น รีวิวสั้น ๆ ของภาคสอง

Assassin's Creed

เขียนลง Google+ ไว้เมื่อชาติกว่า เอามาเขียนลงบล็อกเป็นที่ระทึก เอ้ย ระลึกด้วยอีกที่หนึ่งแล้วกัน

ผมไม่ได้มีความสนใจเกี่ยวกับเกม Assassin's Creed มากนัก แต่พอจะรู้ว่า มันค่อนข้างดัง และมีหลายคนพยายามแต่งตัวเลียนแบบ และบางคนถึงขั้นสร้าง Hidden Blade ที่มีฟังชั่นการทำงานคล้าย ๆ กับในเกมออกมาเลยทีเดียว แต่บังเอิญเห็นว่า Steam มีลดราคาเกมของ Ubisoft อยู่ เลยเหมา Assassin's Creed มา 3 ภาค คือ ภาค 1, ภาค 2 และ Brotherhood มา

ส่วนอันนี้เป็นรีวิวสั้น ๆ ของ ภาคแรก หลังจากเล่นจบนะครับ

Starcraft II: Heart of the Swarm

Starcraft II ภาค Wings of Liberty ผมเล่นจบ ซึ่งเนื้อเรื่องก็ไม่ยาวนัก ค่อนข้างประทับใจ แต่ตอนนั้นไม่ได้เขียนอะไรถึง (ไม่แน่ใจว่าเขียนไว้ที่ไหนหรือเปล่า แต่ก็ช่างเถอะ) นอกจาก เอาภาพ loading screen มาโพสต์ไว้ให้ดาวโหลดกัน

มารอบนี้เป็นภาค Heart of the Swarm ซึ่งตอนแรกหวังไว้มากพอสมควร แต่ปรากฎว่าไม่ค่อยได้ดั่งหวังสักเท่าไหร่ (ขอไม่แบ่งข้อดี-ข้อเสียแล้วกัน)

รีวิวเกม Torchlight II

Torchlight II พัฒนาโดย Runic Games ซึ่งมีนักพัฒนาหลายคนมาจากทีม Blizzard North ทีมที่สร้าง และพัฒนาเกม Diablo I และ Diablo II เกม Torchlight เป็นเกม Action RPG แนวเดียวกับ Diablo และรูปแบบการเล่นแทบจะไม่แตกต่างจาก Diablo I และ Diablo II คือ คลิก คลิก แล้วก็คลิก ในส่วนกราฟิค Torchlight จะเป็นรูปแบบของการ์ตูน ในขณะที่ Diablo จะดูสมจริงมากกว่า

เนื้อเรื่องของภาค 2 จะต่อเนื่องจากภาคแรก คือ หลายปีหลังจากที่เหล่าฮีโร่ (Destroyer, Alchemist และ Vanquisher) ได้ปราบ Ordrak บอสสุดท้ายในเกมได้แล้ว อันตรายจาก Ember (แร่ในโลกของ Torchlight) ได้ครอบงำ Alchemist ทำให้เขาไปขโมย Ordrak's Heart และทำลายเมือง Torchlight (เมืองในภาคแรก) ทิ้ง และค้นหา Elemental Guardian เพื่อจะดูดพลังจากเหล่า Guardian โดยมีวัตถุประสงค์อาจเพื่อทำลาย Ember ทิ้ง

หนังสือ: โลกจิต

ผมอ่านเรื่องนึ้จบสักพักแล้วแหละครับ แต่ไม่ได้เขียนถึงหลังจากอ่านจบ ด้วยความขี้เกียจ (แต่ตอนนี้จะพยายามขยัน)

โลกจิต เป็นงานเขียนของคุณแทนไท ประเสริฐกุล ชื่อหนังสือเล่นการพ้องเสียง ระหว่าง โลกจิต กับ โรคจิต ซึ่งกล่าวถึงสาเหตุของการเกิดขึ้นของสิ่งต่าง ๆ ทั้งเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น อารมณ์ขัน ความฝัน ความรัก ความจำ หรือเรื่องราวแปลก ๆ อย่างคนเห็นสี ที่กล่าวถึงการได้รับสัมผัสจากสิ่งหนึ่งในรูปแบบที่สิ่งนั้น ๆ ไม่ได้ให้ในคนปกติทั่วไป หรือเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กอัจริยะแต่มีความบกพร่องทางด้านจิตใจ

และยังมีการพูดการใช้จิตวิทยาเพื่อเหตุผลบางอย่าง เช่น การดูหมอ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจของมนุษย์

หนังสือ: วิธีชนะมิตร และจูงใจคน

ผมเคยโพสต์ไว้นานแล้วว่าจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือชุดหนึ่ง คือหนังสือของ อาษา ขอจิตต์เมตต์ ให้จบ ผมอ่านจบไปเล่มนึง และสรุปมันอย่างคร่าว ๆ ไปแล้ว เมื่อนานมาแล้ว และหลังจากนั้น ผมก็แทบจะไม่ได้อ่านหนังสือเล่มต่อจากนั้นอีก ทั้ง ๆ ที่ผมเคยพูดเอาไว้แล้ว

ครั้งก่อน ผมสรุปมันทั้งเล่ม ด้วยความที่ไม่รู้จะเขียนถึงยังไงดี แต่คราวนี้ ผมขอพูดถึงหนังสือ วิธีชนะมิตร และจูงใจคน เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

หนังสือเล่มนี้บอกถึงวิธีติดต่อ สร้างสัมพันธ์กับคน ซึ่งต่างจากหนังสือ วิธีชนะทุกข์ และสร้างสุข ที่บอกถึงการเข้าใจถึงความเป็นไปของชีวิตที่เน้นตัวเองเป็นหลัก มันมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องติดต่อกับคนเป็นจำนวนมากมาก แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นประโยชน์แก่ทุกคน เพราะเราทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น

สไตล์การเขียนของเดล คาร์นากี จะเป็นการยกตัวอย่างการกระทำขอบบุคคลต่าง ๆ ที่เขาพบเจอ แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาทำ หรือเปลี่ยนแปลงการกระทำ แล้วผลที่เกิดขึ้น เลยทำให้รู้สึกอ่านได้เพลิดเพลิน และรู้ในบางแง่มุมของยุคสมัยนั้น ๆ ด้วย (หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นมา 100 กว่าปีที่แล้ว)

และถึงแม้หนังสือเล่มนี้จะบอกวิธีติดต่อเอาไว้มากมาย แต่ก็ย้ำเสมอ ๆ ว่า การกระทำด้วยความจริงใจ มีน้ำใสใจจริงเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จ การพูดจาประจบสอพลอไม่อาจจะช่วยให้งานนั้นสำเร็จขึ้นมาได้

Firefox 4 Beta

ผมใช้ Firefox เป็นหลักมานาน และถึงแม้ Chrome จะมีอะไร ๆ ให้ผมอิจฉาหลาย ๆ อย่าง แต่ผมยังชอบ Firefox มากกว่าอยู่ในขณะนี้ และหวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป...

Mozilla ได้ปล่อย Firefox 4 Beta มาได้สักพักแล้ว ผมลง Beta 2 ไว้ แต่ไม่ใช้มันจริงจังสักที จำไม่ได้ว่าเจอปัญหาอะไร แต่รู้สึกจะเป็นปัญหาใหญ่พอสมควรสำหรับตัวผม (สำหรับคนอื่นคงไม่ก็ได้มั้ง) เลยไม่ได้ใช้สักที พอมาเป็น Beta 4 เลย เอาหวะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ลองดูอีกสักครั้ง

ตอน Firefox 3.5 ผมใช้ Strata 40 + Strata Buddy มาก่อน อาจจะเปรียบเทียบกับตัวนี้ในบางเรื่องนะครับ

Pages