Life

หนังสือ: การพูดในที่ชุมชน

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่นานเป็นปีแล้ว อ่านได้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็หยุด (นิสัยไม่ดีเลยแฮะ) จนเมื่อไม่กี่วันก่อน พยายามข่มใจอ่านจนจบ แต่ไม่ใช่ว่าหนังสือไม่ดีหรอกนะ ผมขี้เกียจ ฮ่า ฮ่า

หนังสือเล่มนี้แปลโดยคุณอาษาเหมือน 2 เล่มก่อนที่อยู่ในชุด ทางสำนักพิมพ์พิมพ์ตามต้นฉบับโดยไม่มีการแก้ไข จึงได้เห็นสำนวนเก่า ๆ สมัยก่อนอยู่เยอะเหมือนกัน อันนี้ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ ก็คงว่ากันไม่ได้

เนื้อหาจะเน้นไปในทางการพูด และการจูงใจคนหมู่มากเป็นหลัก โดยมีหลักการ และคำแนะนำต่าง ๆ อยู่มากมาย (แม้คำแนะนำบางอย่างจะฟังแปลกหูสำหรับสมัยนี้ก็ตาม) เช่น

หนังสือ: วิธีชนะมิตร และจูงใจคน

ผมเคยโพสต์ไว้นานแล้วว่าจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือชุดหนึ่ง คือหนังสือของ อาษา ขอจิตต์เมตต์ ให้จบ ผมอ่านจบไปเล่มนึง และสรุปมันอย่างคร่าว ๆ ไปแล้ว เมื่อนานมาแล้ว และหลังจากนั้น ผมก็แทบจะไม่ได้อ่านหนังสือเล่มต่อจากนั้นอีก ทั้ง ๆ ที่ผมเคยพูดเอาไว้แล้ว

ครั้งก่อน ผมสรุปมันทั้งเล่ม ด้วยความที่ไม่รู้จะเขียนถึงยังไงดี แต่คราวนี้ ผมขอพูดถึงหนังสือ วิธีชนะมิตร และจูงใจคน เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

หนังสือเล่มนี้บอกถึงวิธีติดต่อ สร้างสัมพันธ์กับคน ซึ่งต่างจากหนังสือ วิธีชนะทุกข์ และสร้างสุข ที่บอกถึงการเข้าใจถึงความเป็นไปของชีวิตที่เน้นตัวเองเป็นหลัก มันมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องติดต่อกับคนเป็นจำนวนมากมาก แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นประโยชน์แก่ทุกคน เพราะเราทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น

สไตล์การเขียนของเดล คาร์นากี จะเป็นการยกตัวอย่างการกระทำขอบบุคคลต่าง ๆ ที่เขาพบเจอ แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาทำ หรือเปลี่ยนแปลงการกระทำ แล้วผลที่เกิดขึ้น เลยทำให้รู้สึกอ่านได้เพลิดเพลิน และรู้ในบางแง่มุมของยุคสมัยนั้น ๆ ด้วย (หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นมา 100 กว่าปีที่แล้ว)

และถึงแม้หนังสือเล่มนี้จะบอกวิธีติดต่อเอาไว้มากมาย แต่ก็ย้ำเสมอ ๆ ว่า การกระทำด้วยความจริงใจ มีน้ำใสใจจริงเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จ การพูดจาประจบสอพลอไม่อาจจะช่วยให้งานนั้นสำเร็จขึ้นมาได้

คนเรามันไม่รู้จักพอ

ตอนที่ยังเป็นทารก ตอนนั้นเราหวังเพียงแค่

ขอแค่มีอะไรกิน แล้วก็ได้นอนหลับ แค่นี้พอแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

พอโตขึ้นมาหน่อย เราก็หวังเพียงแค่

ขอมีอะไรกิน ได้นอนหลับสบาย ๆ แล้วมีอะไรให้เล่นสนุก แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

พอเรียนจบ เราก็หวังเพียงแค่

มีข้าวกิน มีที่นอน มีงานดีให้ทำ มีเงินเยอะ ๆ มีความสุขในชีวิต แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

พอมีเงิน มีงาน เราก็หวังเพิ่มขึ้นมาอีกนิด

ขอแค่มีคนที่เรารัก และรักเรา อยู่กับเราไปทั้งชีวิต เพิ่มเข้ามา แต่แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีก

พอมีลูกมีภรรยา(สามี) ภาระก็เพิ่มขึ้น สิ่งที่มีอยู่ชักจะไม่พอ

ก็ขอแค่ มีเงินเพิ่มมากกว่านี้เยอะ ๆ ลูก และภรรยา(สามี) มีความสุข ความสบาย แค่นี้ก็พอแล้ว

พอครอบครัวอยู่ดีมีสุข ถ้า

ขอแค่มีอำนาจมากกว่านี้ เป็นที่นับหน้าถือตามากกว่าที่เป็นอยู่สักหน่อย ก็คงจะดี

แต่สวรรค์ก็ช่างใจดี ทำให้คุณเพียบพร้อมไปทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งเงิน อำนาจ บารมี เป็นที่รักของใครต่อใคร ช่างเหมือนกับฝัน

แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว... ใช่ไหม?

Tags:

หนังสือ: วิธีชนะทุกข์ และสร้างสุข

วิธีชนะทุกข์ และสร้างสุข เป็นหนังสือที่พูดถึงวิธีแก้ปัญหาเรื่องความทุกข์ร้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา โดยมักจะมีตัวอย่างจากบุคคลซึ่งมีตัวตนจริงในสมัยนั้นเป็นตัวอย่าง มีความพูดของบุคคลนั้น ๆ รวมอยู่ด้วย

แต่ถึงกระนั้น เดล มักจะย้ำว่า นี่ไม่ใช่วิธีชนะทุกข์ที่ได้ผล 100% เพราะว่า แต่ละคน แต่ละเหตุการณ์มักจะต้องใช้วิธีที่ต่างกันไป อย่างเช่น

ถ้าท่านกังวลกับเหตุการณ์เลวร้ายในอดีต และกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต

ปิดประตูเหล็กกั้นอดีต และอนาคตไว้เสีย จงดำรงชีวิตอยู่แต่ในห้องที่มีแต่วันนี้

ถ้าท่านกำลังมีปัญหาในชีวิต ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง ก็ลองทำดังนี้

ถ้าท่านไม่ทำอะไรกับปัญหานี้ มันจะส่งผลร้ายต่อท่านสักเพียงใด? แล้วเตรียมตัวรับผลร้ายที่จะเกิดขึ้นนั้น อย่างสุขุมเยือกเย็น

ถ้าท่านกำลังเป็นทุกข์เรื่องใด ๆ ก็ตาม โปรดจำไว้ว่า

ทุกข์จะทำร้ายสุขภาพของท่านอย่างร้ายแรง -- นักธุรกิจผู้ไม่รู้จักต่อสู้กับทุกข์จะอายุสั้น

ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น และอาจจะมีทางแก้ได้ ก็จงเขียนคำตอบของคำถามเหล่านี้ลงกระดาษ

ปัญหาที่ว่าคืออะไร, มีวิธีใดบ้างที่จะแก้ปัญหา ผลของแต่ละวิธีเป็นอย่างไร, และวิธีไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุด แล้วปฏิบัติตามวิธีที่เลือกนั้นอย่างเคร่งครัด

ถ้าคุณกำลังท้อแท้ และสิ้นหวัง เชิญดูวิดีโออันนี้ :)

ผมได้รับวิดีโอชุดนี้ผ่าน Twitter จากคุณ @linuxing (ข้อความ) และคิดว่า มันเป็นวิดีโอที่ให้กำลังใจได้อย่างดีสำหรับคนที่ คิดว่าตัวเองนั้นท้อแท้ หมดกำลังใจ ให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง