Angkor

กัมพูชา: พนมเปญ - เสียมเรียบ

ครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของผมที่เดินทางไปต่างประเทศ แม้จะเป็นประเทศใกล้ ๆ ก็ตาม ส่วนอีกคนนั้นเคยไปออสเตรเลียมาก่อน ไปเยี่ยมเพื่อนตอนที่เขาอยู่ที่โน่น ก่อนการเดินทางได้พยายามหาข้อมูลอยู่พอสมควร ด้วยความที่ว่า เราพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะได้กัน และไม่คุ้นเคยกับการเดินทางไปต่างประเทศสักเท่าไหร่

เราทั้งคู่ขอวีซ่าผ่านทางอินเทอร์เน็ต เป็น e-Visa แม้จะแพงกว่าขอแบบ On-Arrival อยู่ $5 ก็ตาม แต่สะดวกกว่ามาก เมื่อถึงสนามบินก็เดินไปช่องทางสำหรับ e-Visa ได้เลย แป๊บเดียวก็ผ่านออกมาได้แล้ว

แต่ได้ข่าวว่า อีกไม่นาน คนไทยเข้ากัมพูชาจะไม่ต้องใช้ Visa แล้ว ซึ่งสะดวกขึ้นมาก ไม่รู้เพราะอานิสงค์ที่คนไทยนิยมเอาเงินไปถมที่แถวชายแดนหรือเปล่า...

ในตัวพนมเปญนั้นมีสิ่งน่าสนใจอยู่คือ ตัวพระราชวัง ซึ่งในนั้นจะมีปราสาทเงินอยู่ด้วย ส่วนที่เสียมเรียบก็คงหนีไม่พ้นปราสาทต่าง ๆ อย่าง นครวัด-นครธมนั่นเอง

กลุ่มปราสาทนครธม

วันรุ่งเช้านั่งรอคุณโต๊ะมารับ พอได้เวลาเขาก็มาพร้อมกับเพื่อน บอกว่าตัวเองรถเสียให้เลยอีกคนมาแทนชื่อ สมอาจ คนนี้พูดภาษาไทยได้เหมือนกัน แต่ดูจะไม่คล่องเท่า

ส่วนตัวคิดว่ารถคงจะไม่เสียหรอก แต่อยากให้เพื่อนได้ลูกค้าบ้างมากกว่า ซึ่งก็แล้วแต่คนมอง ผมรับได้ และดีที่มีเพื่อนแบบนี้นะ ช่วย ๆ กันไป

คุณสมอาจคนรถพามาที่ร้านลี่ลี่ในตอนเช้า ตอนนั้นผมไม่ได้สั่งก๋วยเตี๋ยวเนื่อ แต่สั่งอาหารอย่างอื่นมาแทน รสชาติใช้ได้นะ

สิ่งที่สังเกตเห็นอีกอย่างเมื่อมาร้านนี้คือ น้ำตาล เขาตั้งน้ำตาลให้เป็นขวด ๆ เลยให้ใส่ในอาหาร และเครื่องดื่ม เพราะเครื่องดื่มเขาไม่ใส่น้ำตาลให้

ปราสาทต่าง ๆ ในเมืองเสียมเรียบ

อันนี้เป็นรวมฮิตปราสาทที่เหลือ

ปราสาทเจ้าสายเทวดา

หลังจากดูกลุ่มปราสาทนครธมเสร็จ คนรถก็พาไปที่ปราสาทเจ้าสายเทวดาที่อยู่ไม่ห่างออกไปมากนัก ปราสาทนี้ ไม่มีค่อยมีอะไร คนเลยน้อย เป็นสถานที่ที่สงบดี เลยเห็นฝรั่งมานั่งคุยกัน หรือมานั่งอ่านหนังสือกันอยู่บ้าง

ที่ปราสาท ยายที่ดูแลปราสาทมายื่นธูปให้ผม เพื่อไปไหว้พระข้างใน แต่ผมปฏิเสธไป ก่อนจะหันมาเพื่อถามพี่ที่ไปด้วยว่า จะไหว้พระหรือเปล่า เพราะผมกะจะทำบุญอย่างเดียว แต่พอหันไปอีกทีแกหายไปแล้ว ตกใจเล็กน้อย พอหันดูดี ๆ ถึงได้รู้ว่าแกเดินไปที่กระท่อมข้าง ๆ ปราสาทนี่เอง

นครวัด

ก่อนอื่นต้องขออภัยไว้ก่อนว่า ผมลืม เพราะกว่าจะเขียนก็ทิ้งระยะไว้นานมาก เป็นนิสัยเสียที่ไม่ยอมแก้สักที และไม่ค่อยมีอารมณ์จะเขียนในช่วงก่อนหน้านี้ เลยทิ้งร้างเสียอย่างนั้น ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ

ถ้าไปไหนอีกครั้งจะพยายามเขียนให้เรื่องราวของวันนั้นในตอนค่ำ ๆ กันลืม และกันขี้เกียจท่าจะดี แต่ใจก็กลัวจะเหนื่อยจนขี้เกียจเขียนอีกนั่นแหละ (ดูท่าตัวจะเริ่มขึ้นขน เริ่มมีตะไคร่เกาะแล้วแฮะเรา)

แต่ตอนนี้ขอเล่าเรื่องที่จำได้ละกันนะครับ ไม่อยากจะให้มันจบไปดื้อ ๆ สักเท่าไหร่ เลยไม่ได้เรียงตามวัน และลงรายละเอียดเยอะเท่าที่ควรจะเป็น บล็อกอันนี้ขอเล่าเรื่องนครวัด อีกอันจะเป็นปราสาทอื่น ๆ แล้วก็สรุปเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย กับการเดินทางกลับอีกอัน