เชียงราย - ดอยตุง

การเดินทาง

ก่อนที่จะเริ่มเรื่องของ ดอยตุง ขอพูดถึงการเดินทางสักหน่อยละกันครับ

เราจองตั๋วโปรโมชั่นของ AirAsia ไว้ล่วงหน้า เลยได้ราคาค่อนข้างถูก แต่ต้องเสียเวลาในการต่อเครื่อง จาก กระบี่ - กรุงเทพฯ - เชียงราย เพราะไม่มีเที่ยวบินตรง เลยเสียเวลาไปวันนึง แต่ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะถ้าเดินทางทางอื่นคงจะเสียเวลามากกว่านี้แน่

พอไปถึงสนามบินเชียงราย ก็ทำให้ได้รู้ว่า ถ้าจะเข้าในตัวเมืองเชียงราย วิธีเดียวก็คือ นั่งแท็กซี่ (ราคาประมาณ 300 บาท; ถ้าจะเหมาขึ้นดอยตุงจะอยู่ที่ 2,500 บาท)

เมื่อเข้าไปถึงที่พักก็นอน, พอเช้ามาก็ให้ทางโรงแรมจัดการเรื่องการเช่ามอร์เตอร์ไซต์ให้ ได้ร้านเช่าชื่อ ST และยังได้มอเตอร์ไซต์ที่ค่อนข้างเก่า ค่าเช่าในจังหวัดเชียงราย ถือว่าค่อนข้างแพงคือวันละ 400 บาท เกินจากเวลาคืน 1 ชั่วโมงคิดเป็น 1 วัน แล้วก็มีค่ามัดจำ 3,000 บาท พร้อมทั้งยึดบัตรประชาชนไว้ด้วย (ส่วนตัวแล้วไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องยึดบัตรตัวจริงด้วย ถ้าเกิดโดนตำรวจเรียกตรวจ แล้วขอบัตร จะทำยังไง??)

ก่อนหน้าที่จะไปผมก็จัดการบันทึกจุดที่จะเป็นลงใน Google Maps บน ASUS P526 ไว้เรียบร้อย แต่พอจะใช้จริง ๆ มันกลับหายไปหมด แต่ก็ยังดีที่ไปแค่ดอยตุงที่เดียว เลยไม่มีปัญหาอะไรมากนัก ค้นหา แล้วก็ กำหนดเส้นทาง เลย

ระยะทางจากตัวเมืองไปถึงดอยตุง ประมาณ 53 ก.ม. ออกเดินทางตอนสาย ๆ ถึงดอยตุงประมาณเที่ยง ๆ แต่เนื่องจาก รถมันเก่า เลยค่อนข้างจะหวั่นใจว่ามันจะขึ้นดอยไหวไหม แต่ก็ถ่อจนถึงจนได้

หนังสือ: 108 เทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล

หนังสือเล่มนี้ซื้อมานานแล้ว (พิมพ์เมื่อปี 2549 โน่น) อ่านจบไปรอบนึง จำได้บ้างไม่ได้บ้าง เลยมาอ่านอีกรอบ เพราะ (คาด) ว่าจะซื้อกล้องใหม่ และกำลังจะไปเที่ยวอีก เลยอ่านเสริมความรู้อีกหน่อย

หนังสือหลัง ๆ มานี่ ผมคงจะเขียนแค่รีวิว โดยไม่ได้ลงรายละเอียดในหนังสือมากนัก เพราะกังวลเรื่องปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ ถึงแม้จะเป็นการเขียนถึงหนังสือเหล่านั้นด้วยความชื่นชม อาจจะมีติบ้างหากพบเห็นเข้า และสามารถใช้ในลักษณะ Fair Use ได้ก็ตาม จะมียกเว้นก็เป็นหนังสือ 3 เล่มของคุณอาษา ที่ผมขออนุญาตมาเรียบร้อยแล้ว

เลยเอาเป็นว่า กันไว้มันดีกว่าแก้

เที่ยวพม่า: ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินทร์แขวน

ผมวางแผนจะไปพม่ากันหลายรอบแล้วครับ รอบแรกเวลาไม่ลงตัว ก็เลยผ่าน รอบที่สอง มีการเลือกตั้งในประเทศพม่า เกรงนิดหน่อย ก็เลยผ่าน มารอบนี้คิดว่า ถ้าไม่ไปรอบนี้ รอบต่อไป พม่าคงจะเปลี่ยนไปกว่านี้แน่ เพราะตอนนี้เขาเปิดประเทศแล้ว

ในตอนแรก ผมวางแผนว่าจะไปกันสองคนกับบอส แต่ผิดพลาดอยู่หลายอย่าง จนสุดท้าย ได้มาเป็นกลุ่มทั้งหมด 12 คน และแทนที่จะไปกันไม่กี่วันก็กลายเป็น 7 วัน (ความจริงไปแค่ 4-5 วันก็พอแล้ว) ซึ่งอันนี้ไม่โทษใครทั้งสิ้น เพราะข้อดีก็คือ ทำให้การท่องเที่ยวสนุกขึ้น และค่าใช้จ่ายลดลงครับ

กรุงเทพฯ - Dream World

เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ก็มีเพื่อนมารับ นอนบ้านเพื่อนคืนนึง แล้ววันต่อมาก็ไปเที่ยวดรีมเวิร์ล

ผมไปเที่ยวดรีมเวิร์ลครั้งนี้เป็นครั้งแรก เลยซื้อบัตรรวม ไปกัน 2 คนก็ซื้อ 2 ใบ

เมื่อเข้าไปจริง ๆ แล้ว เครื่องเล่นเด็กก็ข้ามไป(อยู่แล้ว) ไปเล่นแต่เครื่องเล่นผู้ใหญ่เขา พวกเฮอริเคน รถไฟเหาะ อันนี้ทั้งกลัว ทั้งสนุก ทั้งเสียว บางอันก็ไม่ได้เล่น อย่างแมงมุมนี่เขาปิดปรับปรุง บางอันก็เล่นไม่ไหวกลัวมึนหัว

เครื่องเล่นพวกนี้เล่นไปจนครบหมด สนุกดีเหมือนกัน(หลังจากมันจบนะ)

ส่วนเครื่องเล่นทางน้ำไม่ได้เล่น เพราะไม่ได้เตรียมตัวไป ครั้งหน้าถ้าจะไปอีกก็คงเตรียมเสื้อผ้าไปสักชุด แห่ะ ๆ

เครื่องเล่นบางอย่างก็เล่น 2 รอบเพราะอีกคนเขาไม่อยากเล่น

ท่องเที่ยว: เชียงราย - เชียงใหม่

ช่วงปีใหม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวเชียงราย - เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ มาครับ, สำหรับผมแล้ว ภาคเหนือมันก็ยังหนาว ๆ อยู่ โดยเฉพาะบนยอดดอย แต่สำหรับในเมืองอากาศกำลังเย็นสบายเชียว

ตั้งงบประมาณไว้ 20,000 บาท แล้วก็จองตั๋วเครื่องบิน และวางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้าประมาณครึ่งปี เลยอาศัยช่วงโปรโมชั่นต่าง ๆ ในการจัดการ เลยทำให้ค่าใช้จ่าย เรื่องที่พัก และการเดินทางไม่สูงมากนัก แต่จะมาเกินเอาตรงที่ซื้อของฝากนี่แหละ หุหุ

ผมไม่ได้ไปคนเดียว แต่ไปกับพี่ที่ทำงานด้วย 2 คน เที่ยวกันเอง ไม่ได้ไปกับบริษัทนำเที่ยวนะ, ขี่จักรยานยนต์เที่ยวกัน (ผมนั่งซ้อนท้าย คอยดูแผนที่ และนำทางให้ แห่ะ ๆ)

โดยรวมแล้วชอบความเป็นธรรมชาติ และอากาศเย็น ๆ แบบทางเหนือนะ รู้สึกสบายดี แต่ไม่รู้ว่าช่วงที่ร้อน มันจะเป็นยังไงบ้างเหมือนกัน เห็นเขาว่าร้อนไม่ต่างกับทางใต้สักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละไว้ถ้าเกิดมีโอกาสคงจะได้ไปพิสูจน์บ้าง

ส่วนกรุงเทพฯ ไม่ได้ตั้งใจจะเที่ยว แต่พอดีเพื่อนของพี่เขาชวนให้ไปพักด้วย เลยไปพักอยู่กัน 2 - 3 วัน นั่งดูหนัง, และก็ไปเที่ยวดริมเวิลด์ แค่นี้แหละ

การเตรียมตัว และเดินทางไปพนมเปญ

ก่อนไปกัมพูชา เราได้เตรียมตัวหลายอย่าง เนื่องจากว่า จองตั๋วผ่านทางแอร์เอเชีย เลยมักจะมีเวลาให้เตรียมตัวเยอะพอสมควร ข้อดีอย่างหนึ่งของได้ค่าตั๋วที่ค่อนข้างถูก (จองในช่วงโปรโมชั่น) แต่ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยไม่ได้ไป หรือไม่ก็รอจนเซ็ง ก็เสียเงินไปฟรี ๆ เหมือนกัน

การเตรียมตัวเรื่องแรกคือเรื่องเงิน ในกัมพูชาใช้เงินเรียว (Riel - KHR) และ US Dollar เป็นหลัก แต่ถ้าแถวชายแดนไทย อย่างเสียมเรียบจ่ายเป็นเงินบาทได้ด้วย ผมแลกเป็นธนบัตร $1 จากเพื่อนไปพอสมควร เพราะใช้จ่ายง่าย อีกเรื่องคือสถานที่ท่องเที่ยว ผมซื้อหนังสือ คู่มือนำเที่ยว นครวัด นครธม มาเล่มหนึ่ง ซึ่งอย่างที่รู้มันหน้ากระดาษมันหลุดออกมาจากขอบเลยอ่านลำบากนิดนึง แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

โตนเลสาบ

วันนี้ผมเดินทางไปเสียมเรียบกับทางเรือ ตื่นเช้ามาก เพราะเรือออก 7:30 น. เช็คเอ้าท์ออกโรงแรม เสร็จก็เดินไปซื้อของที่ร้านเดิม เอาไว้กินตอนเดินทาง ตอนนั้นมีตุ๊ก-ตุ๊ก มาเสนอตัวให้ใช้บริการของเขาอีก ตอนนี้ตกลงเพราะว่า ตั้งใจอยู่แล้ว พูดคุยตกลงกันว่าเป็น $3 หรือ 20,000 R พอไปถึงที่ท่าเรือ มันบอกว่า ต่อคน สรุปแล้วโดนฟันไป $6 โทษฐานที่ไม่คุยกันให้ดีก่อนว่า ต่อคน หรือต่อเที่ยว

ก่อนจะขึ้นเรือก็มีมาเสนอบริการรถต่าง ๆ กับโรงแรมอีก กว่าจะผ่านด่านไปได้ลำบากน่าดู

ไปนั่งบนเรือแล้วหิว เลยต้มมาม่ากิน พอดีขอน้ำจากโรงแรมมาด้วย สักพักนึงก็มีฝรั่ง มาขึ้นเรือ เท่าที่ดูก็มีฝรั่ง หรือเป็นคนขแมร์ที่ฝรั่งพามาทั้งนั้น

สวิตซ์ปล่อยน้ำทิ้งเครื่องซักผ้าแตก

เครื่องซักผ้าเครื่องเดิม Samsung WT10J มีปัญหาไม่สามารถปล่อยน้ำทิ้งได้ ผมลองไปดูปรากฏว่าตัวสวิทซ์มันหมุนฟรีไปแล้ว นั่นหมายความว่ามันแตก หรือหลุด ต้องเริ่มตรวจสอบกันก่อน

เริ่มต้นด้วยทดสอบดูก่อนว่า ท่อตันไหม (ซึ่งคงไม่) ด้วยการดึงกลไลปล่อยน้ำทิ้งดู (เส้นพลาสติกสีดำ ที่ต่อกับเส้นสีขาว ด้านขวาตามรูปด้านล่าง) ปรากฏว่าน้ำไหลปกติ ดังนั้นปัญหามันต้องเกิดจากสวิทซ์ปล่อยน้ำทิ้งแน่นอน

Blender and I

ผมสนใจเกี่ยวกับ 3D มาสักพักแล้ว เมื่อก่อนก็ลองเล่น ๆ Blender อยู่บ้าง แต่อาศัยมั่ว ๆ เอามากกว่า ตอนนี้ก็จริงจังขึ้นมานิดนึงโดยการ นั่งอ่าน Blender 3D: Noob to Pro จาก Wiki Books ตอนนี้ยังไม่จบ UNIT 2 เลย

Tags:

ร้านขายของชำกับการผูกขาดระดับท้องถิ่น

แถวนี้เมื่อก่อนเคยเป็นท่าเรือไปเกาะลันตา เศรษฐกิจค่อนข้างคึกคักเพราะจะมีคนจากเกาะลันตามาซื้อของที่นี่อยู่เป็นประจำ ไหนจะชาวเรือที่ทำมาหากินอยู่บริเวณนี้อีก จึงทำให้มีร้านค้าเกิดขึ้นมากมาย

แต่หลังจากที่มีถนนไปยังเกาะลันตา หมู่บ้านแห่งนี้ก็เงียบเหงาลงทุกวัน อาชีพประมงก็ค่อนข้างลำบาก ต้องอาศัยโชคเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบางคนโชคดีก็ได้เยอะ ได้จนเหนูรู้สึกอิจฉาเลยทีเดียว เขากลับใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืน แต่โชคดีก็ไม่ได้มีบ่อย ๆ

เมื่อเศรษฐกิจซบเซาลง แต่ร้านค้ายังคงอยู่ แถบเปิดใหม่อยู่เรื่อย ๆ เพราะเป็นอะไรที่ง่าย รับของมา แล้วก็ขายไป ถ้าคุณมีบ้าน ไม่ได้ไปไหน คุณก็เปิดร้านค้าได้ (แต่จะขายได้แค่ไหน กำไรมากน้อยเท่าไหร่ก็อีกเรื่องนึง) ทำให้จำนวนร้านค้าไม่เคยลดลงเลย

Pages