เชียงใหม่ - น้ำพุร้อนสันกำแพง

ที่สุดท้ายที่ไปในการเที่ยวเชียงใหม่ก็คือ น้ำพุร้อนสันกำแพง

น้ำพุร้อนอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองค่อนข้างมาก แต่หนทางก็สะดวกสบายดี แต่ผมไปทางที่เป็นทางลัด ถนนจึงมีหลุมมีบ่อบ้าง ชมบรรยกาศไปเรื่อย ๆ การขี่บนถนนเส้นนี้ เลยได้เห็นการที่เขาอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นต้นไม้ริมทางไว้ด้วย

พอไปถึงบริเวณน้ำพุ ปรากฏว่ามีเด็กนักเรียนมากันเยอะมาก ดูวุ่นวายไปสักนิด ตรงจุดที่มีน้ำพุร้อนก็ไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไว้นิดหน่อย ก่อนที่จะกลับมานั่งที่ที่เขาให้เอาเท้าแช่ลงไปได้

ในตอนแรกกะว่าจะนั่งที่ที่คนน้อย ๆ (คือตอนส่วนบน ๆ ของทางน้ำ) แต่พอลองเอาเท้าสัมผัสน้ำดูเท่านั้น... ร้อน!! เลยเปลี่ยนใจมานั่งแช่เท้ารวมกับผู้คน

นั่งแช่ไปนั่งแช่มา เอาสบายดีแฮะ ถ้าอยู่แถวนี้ น่าจะมาแช่บ่อย ๆ นะเนี่ย

เชียงใหม่ - ดอยสุเทพ ดอยปุย ขุนช่างเคี่ยน

วันนี้ออกเดินทางแต่เช้า เพื่อจะไปดูดอกนางพญาเสือโคร่งกันที่ขุนช่างเคี่ยน ตามแผนคือแค่อยมาแวะดอยปุย และดอยสุเทพภายหลัง

ก่อนที่จะไปดอยสุเทพก็แวะที่ตลาดวโรรสเพื่อหาซื้อของกินกันนิดหน่อย

ก่อนจะขึ้นดอยสุเทพ ก็แวะไหว้ อนุเสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ก่อน เพื่อเป็นศิริมงคล คนเยอะพอสมควร

อนุเสาวรีย์นั้นอยู่ไม่ห่างจากสวนสัตว์เชียงใหม่สักเท่าไหร่นัก และการขึ้นดอยทางนี้น่าจะสะดวกกว่าทางที่ Google Maps แนะนำให้ด้วย (คิดเอาเอง เพราะไม่ได้ไปอีกทางนึง)

วัดพนม

สำหรับการไปวัดพนมนั้นผมเดินไป เพราะว่าจะหาที่ซื้อตั๋วเรือ และหาโทรศัพท์โทรไปบอกคุณโต๊ะเรื่องรถด้วย แต่ผมดันลืมนึกถึงโรงแรมที่เสียมเรียบไปสนิทในตอนนั้น

พอเดินออกมาจากโรงแรมได้หน่อยนึงก็เจอ คนขับแท็กซี่เมื่อวานถามว่าจะเหมารถไปเที่ยวไหม เราก็ปฏิเสธไป ก่อนที่จะเริ่มเดินมั่ว ๆ ตามแผนที่ที่ได้มา แต่สรุปว่า ไปไม่ถูกสุดท้ายก็เลยต้องเดินไปถามทางกับคนแถว ๆ นั้นเอา เขาก็ใจดีบอกให้ว่าเดินไปทางไหน

หลังจากเดินตามทางที่เขาชี้มาให้ ก็เจอกับโต๊ะรับโทรศัพท์ แบบนาทีละ 2 บาทบ้านเรา แต่ของเขาจะเป็นนาทีละ 300 - 400 R แทน เขาจัดการโทรไปหาคุณโต๊ะเพื่อติดต่อเรื่องรถก่อน หลังจากคุยกัน และตกลงกันเรียบร้อยก็เดินทางต่อ วันนี้อากาศค่อนข้างเย็น เดินไปได้สักพักก็เริ่มหิว หันซ้ายหันขวา ดูท่าจะหาร้านอาหารยาก

เชียงใหม่ - ดอยอินทนนท์

ดอยอ่างขางไปมาแล้ว ทีนี้ก็เหลือดอยสุดท้ายที่จะต้องไป เหนือสุดในสยาม ดอยอินทนนท์

ตื่นเช้ามา อาบน้ำแต่งตัว แล้วก็ไปดอยอินทนนท์กันเลย กะว่าจะไปหาอะไรทานที่แถววัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ก่อนจะขึ้นไปดอยอินทนนท์

ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มายังวัดจอมทองนั้นประมาณ 60 ก.ม. (ถนนหมายเลข 108) ขี่มอเตอร์ไซต์มากันเองก็ได้ สะดวกว่ามาหารถเช่าเอาแถวนี้ ถนนก็ค่อนข้างดีจึงไม่เป็นปัญหาอะไรมากนัก

เมื่อมาถึงวัดก็เข้าไปไหว้พระธาตุกับดูไม้คำดวงเสียหน่อย วัดนี้ถือเป็นวัดของคนที่เกิดปีชวดอย่างผม เลยยังไงก็ต้องแวะดูสักหน่อยให้ได้ :)

เมื่อดูในวัดแล้วก็ออกมาหาอะไรทานข้างนอกวัด ก่อนที่จะเตรียมตัวขึ้นไปยังดอยอินทนนท์ (ถนนหมายเลข 1009) (มีคนแนะนำว่าจะไปดอยอินทนนท์ให้จำไว้ว่า ร้อยแปดพันเก้า ซึ่งเป็นชื่อหมายเลขถนนนั่นเอง)

ค่าใช้จ่ายสำหรับเข้าอุทยานก็จะอยู่ที่ คนละ 100 บาท แล้วก็เก็บค่าสำหรับยานพาหนะ สำหรับมอเตอร์ไซต์จะเป็นคันละ 20 บาท บัตรนี้จะใช้ผ่านเข้าชมได้ทุกส่วนของอุทยาน โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก

เราตัดสินใจที่จะไปให้ถึงยอดดอยก่อน แล้วค่อยลงมาดูน้ำตกกันภายหลัง ดังนั้น จึงมุ่งหน้าขึ้นดอยกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ขี่มอเตอร์ไซต์กันไปเรื่อย ๆ ระยะทางก็มีชันบ้างบางช่วง แต่ขับสบาย เพราะถนนที่กว้าง และลาดยางตลอดสาย จึงทำให้ไม่เป็นปัญหาเลย

พระราชวังหลวง และวัดเงิน

พอเดินมาถึงริมแม่น่ำแล้วทำให้รู้สึกว่าลมแรงมาก เมื่อรวมกับฝนที่ตกปรอย และอากาศเย็น ๆ แล้วชวนให้เป็นหวัดดีแท้ ตรงจุดนี้ ผมเจอกับตุ๊ก-ตุ๊ก ที่ยอมมาตามตื้อให้ใช้บริการของเขาอยู่นั่นแหละ ปฏิเสธไปหลายรอบบอกว่า ไม่ไป ๆ แต่ก็ยังพยายาม เล่นเอาตอนหลัง ๆ มานี่ กลัวตุ๊ก-ตุ๊กไปเลย

กลุ่มปราสาทนครธม

วันรุ่งเช้านั่งรอคุณโต๊ะมารับ พอได้เวลาเขาก็มาพร้อมกับเพื่อน บอกว่าตัวเองรถเสียให้เลยอีกคนมาแทนชื่อ สมอาจ คนนี้พูดภาษาไทยได้เหมือนกัน แต่ดูจะไม่คล่องเท่า

ส่วนตัวคิดว่ารถคงจะไม่เสียหรอก แต่อยากให้เพื่อนได้ลูกค้าบ้างมากกว่า ซึ่งก็แล้วแต่คนมอง ผมรับได้ และดีที่มีเพื่อนแบบนี้นะ ช่วย ๆ กันไป

คุณสมอาจคนรถพามาที่ร้านลี่ลี่ในตอนเช้า ตอนนั้นผมไม่ได้สั่งก๋วยเตี๋ยวเนื่อ แต่สั่งอาหารอย่างอื่นมาแทน รสชาติใช้ได้นะ

สิ่งที่สังเกตเห็นอีกอย่างเมื่อมาร้านนี้คือ น้ำตาล เขาตั้งน้ำตาลให้เป็นขวด ๆ เลยให้ใส่ในอาหาร และเครื่องดื่ม เพราะเครื่องดื่มเขาไม่ใส่น้ำตาลให้

หนังสือ: คู่มือนำเที่ยว นครวัด นครธม

ผมจะเดินทางไปเที่ยวกัมพูชาปลายเดือนหน้า เลยพยายามหาข้อมูล (ที่จริงส่วนมากแล้วแฟนเป็นคนหา เพราะว่าเรามักตกลงกันไม่ค่อยได้ เลยยอมให้เขาเป็นฝ่ายเลือกดีกว่า) มีคนจากห้อง Blue Planet แนะนำหนังสือเล่มนี้มาให้

คุณภาพของหนังสือ (ไม่ใช่เนื้อหานะ) เท่าที่ดูตอนแรกก็พอใจอยู่ เพราะเล่มมันยาว แต่แคบ สะดวกแก่การพก แต่ว่ากระดาษเป็นกระดาษธรรมดาแทนที่จะเป็น Green Read เลยทำให้ผมไม่ประทับใจสักเท่าไหร่ และอีกอย่างการเข้าเล่มทำได้แย่มาก ซื้อมาเปิดดูนิดหน่อยหน้ากระดาษก็หลุดออกมาเสียแล้ว เท่าที่สังเกตน่าจะเพราะกาวที่ติดปกคุณภาพไม่ดี ไม่ประทับใจอย่างแรง คราวหน้าถ้าต้องซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์สารคดี หรือหนังสือชุดนายรอบรู้ คงต้องดูให้ละเอียดสักหน่อย

ส่วนเนื้อหาในหนังสือ ช่วยทำให้ผมมีความรู้เกี่ยวกับนครวัด นครธมมากขึ้น ทั้งในด้านประวัติศาสตร์การค้นพบ และประวัติศาสตร์ของตัวนครวัด นครธมเอง

At Laos: Vang Vieng, Luang Prabang and Vientiane

ผมไปลาวมาเมื่อต้น ๆ ปี ทีแรกตั้งใจจะเขียนให้มันดีกว่าครั้งไปเที่ยวกัมพูชา แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่ได้ทำ โดยมีข้ออ้างว่า กล้องที่ใช้อยู่นั้นมันถ่ายมาแล้ว noise เยอะ และไม่มีที่เก็บรูปออนไลน์ (อยากได้ Flickr แต่ยังไม่มีตังค์จะจ่าย และขี้เกียจสร้างบัญชี Google หลาย ๆ บัญชีเพื่อเก็บรูป)

แต่วันก่อนนึกครึ้มอะไรก็ไม่รู้เอารูปที่ถ่ายมาดู แล้วก็เจอกับรูปที่สวย ๆ อยากจะให้คนอื่นได้ดูบ้าง (อยากอวดนั่นแหละ) เลยแต่ง ๆ กับ GIMP เท่าที่ทำได้

และได้ภาพชุดนี้มาครับ เป็นภาพที่ผมคิดว่า "สวย" แล้ว

ทำไมผมถึงส่งโปสต์การ์ด?

ทุกครั้งที่ผมไปเที่ยวไหน ผมมักจะส่งโปสต์การ์ดให้ที่บ้าน (ลงชื่อน้อง) แล้วก็เพื่อนที่สนิท ๆ อยู่เสมอ ๆ แม้ว่าค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้ถูกมากนัก (เมื่อเทียบกับการส่ง อีเมล พร้อมภาพที่ถ่ายเอง) แต่ก็ยังทำอยู่เสมอ ๆ แต่ผมกลับไม่เคยส่งให้ตัวเองเลยสักครั้ง... จนมาวันนึง ก็คิดว่า แล้วผมจะส่งโปสต์การ์ดไปเพื่ออะไร?

หนังสือ: เที่ยวลาวในสไตล์พี่วุฒิ พี่เคท

ชื่อหนังสือเต็ม ๆ คือ ลาว: ไปเองได้ จ่ายน้อยกว่า เที่ยวมากกว่า สไตล์ พี่วุฒิ & พี่เคท แต่มันยาวไปหน่อย ผมย่อลงละกัน

หนังสือของคุณวุฒิเล่มนี้ เล่าถึงการไปเที่ยวประเทศลาวเมื่อหลายปีก่อน บรรยายถึงบรรยากาศของประเทศลาวในสไตล์ที่ผมชอบ อากาศเย็น ๆ เงียบ ๆ สงบ ๆ ผู้คนเป็นมิตร เป็นอะไรที่เหมือนฝันสำหรับผม ถึงแม้ตอนนี้จะมีหลาย ๆ ส่วนเปลี่ยนแปลงไปมาก อย่างแถวแม่น้ำซองที่ไม่เงียบสงบอย่างที่ปรากฏในหนังสือ แต่กลับมีผับ เธค เปิดขึ้นทั่วเสียแล้ว เป็นที่น่าเสียดายอยู่ไม่น้อย

เนื้อหาในหนังสือไม่เชิงเป็นหนังสือท่องเที่ยว แต่เป็นบันทึกการเดินทางของทั้งคู่มากกว่า เพราะเล่าถึงสิ่งที่พวกเขาได้ประสบพบเจอกันในการเดินทาง ความประทับใจ ไม่ประทับใจ และความลำบากใจต่าง ๆ รวมอยู่ มีความคิดเห็นของผู้เขียนปะปนอยู่ในหนังสือ ส่วนมากในมุมมองเชิงจิตวิทยาเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งสอดแทรกอารมณ์ขันเอาไว้ ให้อ่านได้เพลิน ๆ

Pages