ผมเคยโพสต์ไว้นานแล้วว่าจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือชุดหนึ่ง คือหนังสือของ อาษา ขอจิตต์เมตต์ ให้จบ ผมอ่านจบไปเล่มนึง และสรุปมันอย่างคร่าว ๆ ไปแล้ว เมื่อนานมาแล้ว และหลังจากนั้น ผมก็แทบจะไม่ได้อ่านหนังสือเล่มต่อจากนั้นอีก ทั้ง ๆ ที่ผมเคยพูดเอาไว้แล้ว
ครั้งก่อน ผมสรุปมันทั้งเล่ม ด้วยความที่ไม่รู้จะเขียนถึงยังไงดี แต่คราวนี้ ผมขอพูดถึงหนังสือ วิธีชนะมิตร และจูงใจคน เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น
หนังสือเล่มนี้บอกถึงวิธีติดต่อ สร้างสัมพันธ์กับคน ซึ่งต่างจากหนังสือ วิธีชนะทุกข์ และสร้างสุข ที่บอกถึงการเข้าใจถึงความเป็นไปของชีวิตที่เน้นตัวเองเป็นหลัก มันมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องติดต่อกับคนเป็นจำนวนมากมาก แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นประโยชน์แก่ทุกคน เพราะเราทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น
สไตล์การเขียนของเดล คาร์นากี จะเป็นการยกตัวอย่างการกระทำขอบบุคคลต่าง ๆ ที่เขาพบเจอ แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาทำ หรือเปลี่ยนแปลงการกระทำ แล้วผลที่เกิดขึ้น เลยทำให้รู้สึกอ่านได้เพลิดเพลิน และรู้ในบางแง่มุมของยุคสมัยนั้น ๆ ด้วย (หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นมา 100 กว่าปีที่แล้ว)
และถึงแม้หนังสือเล่มนี้จะบอกวิธีติดต่อเอาไว้มากมาย แต่ก็ย้ำเสมอ ๆ ว่า การกระทำด้วยความจริงใจ มีน้ำใสใจจริงเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จ การพูดจาประจบสอพลอไม่อาจจะช่วยให้งานนั้นสำเร็จขึ้นมาได้ แต่ผมคงจะไม่นำมาลงเป็นหัวข้อย่อ ๆ แบบคราวก่อน แต่จะเขียนถึงส่วนหนึ่งของหนังสือ ในเรื่อง วิธีปฏิบัติเจ็ดประการเพื่อให้ครอบครัวของท่านมีความสุข เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้เด่นกว่าเรื่องอื่น ไม่ใช่ว่าเรื่องอื่นไม่น่าสนใจ แต่เป็นเพราะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวผมมากที่สุด และผมถือว่า ถ้าทำให้คนที่บ้านมีความสุขแล้ว การทำให้คนอื่นมีความสุขก็ไม่ยากเย็นนักสักเท่าไหร่เช่นกัน
แม้แต่นโบเลียนผู้ยิ่งใหญ่ มีความรักแด่นางญูเญญี ผู้ที่เป็นเพียงลูกของท่านเค้าต์อย่างหมดใจ และแต่งตั้งนางให้เป็นถึงมเหสี กลับหาพื้นที่สงบสุขในพระราชวังอันยิ่งใหญ่ของพระองค์มิได้ จนต้องแอบหลบหนีออกมาจากราชวังอันวิจิตร เพียงเพราะพระนางเป็นคนที่ขี้หึง หวาดระแวงอย่างร้ายกาจ
หรือแม้แต่ เลียว ตอลสตอย นักประพันธ์นวนิยายชื่อก้องโลก ยอมที่จะทนเดินฝ่าหิมะที่ตกกระหน่ำในค่ำคืนอันมืดมิด เพื่อจะไปที่ไหนก็ได้ สุดท้ายก็ได้จบชีวิตลงท่ามกลางกองหิมะ แต่ถึงกระนั้นก็ยังสั่งเสียไว้ว่า "อย่าให้เมียของเขาได้มาเห็นหน้าเขาเลย" เขายอมเสี่ยงกับความตาย และสุดท้ายก็ต้องตายลงไปเพราะเขามีเมียที่จุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น เสียทุกเรื่อง
และแม้แต่ประธาณาธิบดีลิงคอล์น ตอนที่ท่านโดนยิง ท่านยังไม่ได้ทรมานเท่ากับการที่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับหญิงผู้ที่จู้จี้ ชอบติหนิ ขี้หึง ขี้เอาเรื่องอย่างเมียของท่านเลย และท่านยังยอมทนใช้ชีวิตในโรงแรมที่ไร้ความสะดวกสบายแถวชนบท เพียงเพื่อจะได้อยู่ห่างจากเมียให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
ดังนั้น ถ้าอยากจะมีความสุขในชีวิตสมรส ข้อที่หนึ่ง คือ อย่าเป็นคนจุกจิก จู้จี้ ขี้หึง หวาดระแวง
ดิลเรลี แต่งงานกับแมรี แอนน์ หญิงสาวผู้แก่กว่า ไม่สวย ไม่มีรสนิยมในการแต่งตัว และไม่มีความรู้ เพียงเพราะเงิน แต่แมรี แอนด์ปรนนิบัติแก่เขาอย่างดี เธอคอยพูดคุยหยอกล้อเอาใจใส่ดีแลดิลเรลี ทำหน้าที่เพื่อเขา และเพียงเขาเท่านั้น และเพราะเหตุนี้ บ้านเลยเป็นที่ที่มีความสุขที่สุดสำหรับดิลเรลี และเขาก็ปกป้องแมรี่ แอนน์เมียรักของเขา และขอพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้แก่เธออีกด้วย นางแมรี่ แอนน์รู้ดีว่าดิลเรลีแต่งงานกับเธอเพราะหวังสมบัติ แต่นางก็มั่นใจว่า ถ้ามีการแต่งงานอีกครั้ง ดิลเรลีจะแต่งงานกับเธอเพราะความรักอย่างแน่นอน
ใครกันจะไม่รักคนอย่างเธอล่ะ?
ความสำเร็จในชีวิตสมรสไม่เพียงแต่หาคู่แต่งงานที่ดี แต่หมายถึงการเป็นคู่แต่งงานที่ดีด้วย
ดังนั้น ถ้าอยากจะมีความสุขในชีวิตสมรส ข้อที่สอง คือ อย่าพยายามเป็นเจ้าหัวใจคู่แต่งงานของท่าน
เมื่อ คัธรีน แกลดสโตน นายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ (ของอังกฤษ?) ได้ลงมาข้างล่างในตอนเช้าเพื่อทานอาหาร แล้วพบว่าลูกเมียของเขายังไม่ตื่น แทนที่จะกล่าวตำหนิเมียของท่าน ท่านร้องเพลงดัง ๆ เพื่อให้ลูกเมียของเขารู้ว่า เขาตื่นแล้ว
พระนางคัธรีน จักรวรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ เพียงแต่แย้มพระสรวล และทนกินเนื้อที่พ่อครัวย่างไหม้ โดยไม่กล่าวตำหนิเขาเลยสักนิด แม้พระนางจะชอบทำสงคราม และสั่งประหารศัตรูของพระนางโดยไม่แยแสก็ตาม
สำหรับลูก อย่าลืมว่าเขายังเป็นเด็ก เป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ยังมีวิธีอื่นอีกมากที่จะแนะนำสั่งสอนเขา
ดังนั้น ถ้าอยากจะมีความสุขในชีวิตสมรส ข้อที่สาม คือ อย่าตำหนิ ติเตียน
ผู้ชายเวลาหาเมีย ไม่ได้มองหาหญิงผู้จะมาเป็นนาย แต่หาสาวผู้ที่จะมาทำให้ตัวเองรู้สึก เป็นคนสำคัญ และรู้สึกอยู่เหนือผู้อื่น
ผู้หญิงมักใส่ใจในเสื้อผ้าอาภรของหล่อนเหนือสิ่งอื่นใด
ดังนั้น ถ้าอยากจะมีความสุขในชีวิตสมรส ข้อที่สี่ คือ จงให้คำยกย่องสรรเสริญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ตั้งแต่บรรพกาลแล้วดอกไม้ถือว่าเป็นตัวแทนของความรัก
ยอร์จเอ็ม โอแฮ็น นักแสดงชื่อดัง โทรหาแม่ของเขาทุกวัน เพื่อจะให้รู้ว่า เขาคิดถึงหล่อน
ผู้ชายมักจำวันสำคัญต่าง ๆ ไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ควรจะจำวันเกิด และวันครบรอบแต่งงานให้จงได้
การหย่าร้างส่วนใหญ่เกิดจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
ดังนั้น ถ้าอยากจะมีความสุขในชีวิตสมรส ข้อที่ห้า คือ จงเอาใจใส่ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
นางแดมรอสซ์กล่าวว่า "ถ้าเมียสุภาพอ่อนโยนแก่ผัวของหล่อน เช่นเดียวกับที่หล่อนสุภาพแก่คนแปลกหน้า ชายผู้ผัวทุกคนจะไม่เป็นคนปากร้ายกับหล่อนเลย"
เราไม่กล้าดุด่าคนแปลกหน้า ไม่กล้าเปิดจดหมายของเพื่อน ไม่สอดรู้สอดเห็นในเรื่องความเป็นส่วนตัวของเขา แต่เรากลับทำกับคนในครอบครัวได้หน้าตาเฉย
ดอโรธี ดิกซ์ เขียนไว้ว่า "มันน่าฉงนสนเท่ห์ แต่เป็นความจริงที่ ผู้ที่พูดกับเราอย่างกักขฬะ สบประมาท และทำให้เจ็บใจ ที่แท้ก็เป็นคนในบ้านของเราเอง"
เราไม่เคยคิดที่จะพูดจากับคู่ค้า หรือหุ้นส่วนให้ได้รับความปวดร้าว แต่เรากลับพูดมันกับคนที่บ้านได้อย่างหน้าตาเฉย
ผู้หญิงไม่เข้าใจว่า ทำไมผู้ชายไม่จัดการดูแลบ้านอย่างกับที่จัดการดูแลงานหรือธุรกิจ (หรือรถ?) ของเขา
ผู้ชายคิดว่า การมีความสุขในชีวิตแต่งงานมีค่ามากกว่าสิ่งใด ๆ แต่เขากลับไม่เคยคิดจริงจัง และไม่คิดจะทำอย่างจริงจัง
ผู้หญิงไม่เข้าใจว่า ทำไมผู้ชายถึงไม่พูดจาอ่อนหวานกับหล่อนอย่างที่พูดกับคนอื่น
ผู้ชายรู้ดีว่า การพูดจาอ่อนโยน จะช่วยให้ผู้หญิงยินดีทำอะไรก็ได้แม้จะไม่ได้รับสิ่งตอบแทนใด ๆ
ผู้หญิงแสดงให้ผู้ชายเห็นว่าควรจะปฏิบัติตัวเช่นไรแก่หล่อน แต่ผู้ชายกลับไม่เคยใส่ใจกลับสิ่งที่ผู้หญิงร้องขอให้กระทำ
ดังนั้น ถ้าอยากจะมีความสุขในชีวิตสมรส ข้อที่หก คือ จงมีกิริยาที่สุภาพ อ่อนโยน
ชายหญิงอเมริกันส่วนใหญ่ปราศจากความสุขทางกามารมณ์
ความบาดหมางจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม คู่แต่งงานส่วนมากจะมองข้ามเสีย ถ้าหากว่าความมันพันธ์ทางกามารมณ์เป็นที่พึ่งพอใจแก่กัน
ดังนั้น ถ้าอยากจะมีความสุขในชีวิตสมรส ข้อที่เจ็ด คือ ปรับปรุงกามารมณ์ให้เป็นที่พึงพอใจแก่กัน
หลายวิธีไม่ได้บอกว่าทำยังไง แต่บอกแนวทางให้ เพื่อจะให้เป็นแนวทางในการศึกษาต่อ เพราะมันมีหลากหลายวิธีเกินกว่าจะพูดให้จบในเล่มเดียวก็ได้มั้ง
ข้อมูลเฉพาะของหนังสือ
หนังสือ: วิธิชนะมิตร และจูงใจคน - How to Win Friends and Influence People
หมวด: จิตวิทยา
เขียนโดย: เดล คาร์เนกี - Dale Carnegie
แปลโดย: อาษา ขอจิตต์เมตต์
ISBN: 978-611-508-029-7
จัดพิมพ์โดย: สำนักพิมพ์แสงดาว
ราคา: 250 บาท
ปล. สร้างหน้าไว้นาน แต่ไม่ได้เขียนถึงสักที :X
Add new comment