ประวัติของคุณอาษา ตอนที่ 1

อาษา ขอจิตต์เมตต์ เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 ที่ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช บิดาคือ นายสี และมารดาคือ นางบุญล้อม ขอจิตต์เมตต์ (สกุลเดิมคือ ณ นคร) อาษามีน้องชายเพียงคนเดียวคือ นายบูรณะสุข ขอจิตต์เมตต์ ซึ่งดำเนินกิจการทำเหมืองแร่ดีบุก ในนาม บริษัท สหแร่ไทยภาคใต้ จำกัด ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

อาษาเรียนจบชั้นประถมที่โรงเรียนประจำอำเภอสิชล จากนั้นได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ กับญาติผู้ใหญ่ สมัยนั้นต้องมาทางเรือขนมะพร้าวจาก อำเภอสิชล ถึง ท่าเตียน ใช้เวลาเดินทางเดินทาง 3 วัน 3 คืน มาพักบ้านญาติที่ถนนตานี บางลำพู เริ่มเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ แต่ด้วยเหตุใดไม่มีใครทราบ ว่าทำไมอาษาจึงมาเรียนต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จบชั้นมัธยม 6 แต่ไม่มีโอกาสเรียนถึงชั้นมัธยม 8 ซึ่งเป็นชั้นเตรียมอุดมศึกษา ช่วงเวลาเรียนเคยทราบจากเพื่อนร่วมรุ่นว่า อาษาได้ออกหนังสือแบบนิวส์เลตเตอร์ ฉบับใช้สมุดเรียนเขียนด้วยปากกาคอแร้ง แล้วส่งหมุนเวียนไปอ่านกันในหมู่เพื่อน ๆ มีทั้งเรื่องแต่ง เรื่องความรู้ที่เรียน และแน่นอนที่มีข่าวประเภท "ก็อดซิบ" หรือซุบซิบครูที่เด็กไม่ชอบ ในที่สุดก็ถูกให้ระงับไป สมัยก่อนครูเป็นใหญ่ มีอำนาจแต่ไม่มีเหตุผล จึงไม่สนใจว่า ลูกศิษย์จะมีความสามารถพิเศษแต่อย่างใด อาษาเป็นผู้สนใจภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เรียนมัธยม ด้วยเหตุที่ชอบอ่านเป็นชีวิตจิตใจ การจะหาวรรณกรรมดี ๆ อ่านสักเล่มในสมัยก่อน เป็นเรื่องยาก เนื่องจากประเทศไทยมีนักประพันธ์น้อย และระบบการพิมพ์ยังไม่พัฒนา อาษาต้องพยายามเรียนภษาอังกฤษจากโรงเรียน และศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่ออ่านวรรณกรรมชั้นเยี่ยมของต่างประเทศ และเป็นไปได้ที่การเรียนภาษาจากโรงเรียนในสมัยก่อนจะเข้มงวดมาก ทำให้แตกฉานในเรื่องภาษาอังกฤษมาก ถึงขนาดที่ไปชมภาพยนต์ฝรั่ง โดยไม่ต้องเลื่อนสายตามาดูคำแปล หรือซับไตเติ้ล ให้เป็นที่รำคาญ และอาษายังมีความสามารถพิเศษคือ บันทึกเรื่องราวชีวิตประจำวันเป็นภาษาอังกฤษ ตลอดจนเหตุการณ์สำคัญของเมืองไทย ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงญี่ปุ่นบก ตลอดจนสงครามสงบ

จากนั้นอาษาก็สมัครเรียนวิชาบัญชีสากล โดยเรียนทางไปรษณีย์จากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากปี พ.ศ. นั้น ในประเทศไทยยังไม่มีวิทยาลัยพาณิชยการ ให้เลือกเรียนเหมือนปัจจุบัน การจดหมายไปสมัครเรียน และต้องตอบโต้เป็นภาษาอังกฤษโดยตลอดนั้น ผู้เรียนต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่องภาษาเป็นอย่างมาก อาษาทำได้สำเร็จ ต่อมาได้เข้าทำงานที่ บริษัท อีสต์เอเชียติก บางรัก เป็นเวลานาน 13 ปี จนสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เมื่อ พ.ศ. 2488 อาษาจึงลาออกมาเป็นนักเขียนอิสระเต็มตัว ยึดอาชีพแต่ง และแปลหนังสือเลี้ยงครอบครัว ลูก 7 คน เรียนจบระดับปริญญาตรีเกือบทุกคน

อาษาแต่งงานกับครูสอนภาษาฝรั่งเศส โรงเรียนเซ็นต์ฟรัง ซีสซาเวีย คอนแวนต์ ซึ่งคุณบุญนาค (สกุลเดิมคือ หิตะสิริ บุตรีคนที่ 2 ของ จมื่นราชานุบาล) เมื่อ พ.ศ. 2485 มีบุตรธิดารวม 7 คน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 81 ถนนมหรรณพ พระนคร มาถึงปี 2512 จึงย้ายมาอยู่บ้านเช่า-ซื้อของกรมประชาสงเคราะห์ ทีคลองจั่น ปัจจุบันคือหมู่บ้านการเคหะ ถนนศรีบูรพา เขตบางกะปี ...

Note: แรงบันดาลใจจากการเดินทางบนเรือบรรทุกมะพร้าวครั้งแรกในชีวิตทำให้ อาษานำมาเป็นฉากหนึ่งของนิยายเรื่อง สาวน้อย ช่วงที่พระเอกถูกคนร้ายตีหัวจนลืมความจำ และกระเซอะกระเซิงมาที่เรือขนมะพร้าว ท่าเตียน

Comments

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ของคุณปู่ผมนะครับ ละเอียดและเข้าใจโดยถ่องแท้เลยครับ

Add new comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.