ปั่นจักรยาน จากบ้านสู่อ่าวนาง ไป และกลับวันรุ่งขึ้น

ปั่นจักรยานจากบ้าน ไปอ่างนาง ระยะทาง 95 ก.ม. มันคือ การฝึกฝน 50% + ความบ้าอีก 50% ตอนแรกไม่คิดว่าจะปั่นไปไกลขนาดนี้ ความตั้งใจแรกของกั่นปั่นทางไกลคือ การปั่นไปตรังที่มีระยะทาง 75 ก.ม. (เส้นทางเลี่ยงเมือง) แต่แผนจะไปตรังแล้วพักค้างคืนนั้นไม่มี แต่มีแผนไปอ่างนาง และพักค้างคืน 1 คืนอยู่ ตอนแรกก็คิดเหมือนกันนะว่า มันไกลไป

แต่ก็อย่างว่าแหละ การได้ฝึกมา ได้แต่ซ้อม ไม่ได้ลงมือทำของจริง มันทำให้คนเราต้องการอยากลองของจริง จนถึงจุดหนึ่ง เราก็ต้านทานความต้องการตัวเองไม่ไหว และลองเสี่ยงจนได้ มันเป็นเรื่องของจิตวิทยา...

การเตรียมตัว

  • ดูแผนที่สำรวจเส้นทาง - ผมดูอยู่หลายรอบ เพื่อจะลดระยะทางให้มากที่สุด แต่มันก็ได้เพียงเท่านี้
  • คำนวนระยะเวลาที่ใช้ - ดูจากความเร็วเฉลี่ยที่ปั่นอยู่ทุกวัน
  • อ่านข้อมูลการเตรียมตัวปั่นระยะไกลของคนอื่น ๆ
  • เตรียมเสบียง - พวกน้ำ ขนม
  • เตรียมแผนสำรองเผื่อไว้นิดหน่อย - ถ้าปั่นไม่ไหวจริง ๆ จะเดินทางไปถึงจุดหมายได้อย่างไร มีรถประจำทางแบบไหนบ้าง เส้นทางไหนบ้าง
  • จุดแวะพัก - ไม่ต้องละเอียดมาก ผมตั้งใจว่าจะพักทุก ๆ 10 ก.ม.
  • พิมพ์ในเช็คอินโรงแรม และตำแหน่งที่ตั้งโรงแรม
  • เตรียมข้าวของจำเป็นอื่น ๆ - เนื่องจากบอสบอกว่าจะตามมาในตอนบ่าย ผมจึงหวังพึ่งบอส โดยไม่พาอะไรติดตัวไปมากนัก

ถ้าถามว่ากลัวไหม กังวลไหม ก็ตอบว่า กังวลเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่าแหละ ความบ้ามันมีมากกว่า หลังจากหาข้อมูลอะไรเพียงพอ ก็รอให้ถึงเวลาเท่านั้น

วันเสาร์ - ขาไป

ช่วงเย็นวันศุกร์ ผมเลยต้องกินข้าวเผื่อไว้สำหรับพรุ่งนี้เช้า ตามปกติแล้ว ผมไม่กินข้าวเย็นนะ อาจจะกินอะไรบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ ตามประสาคนทนหิวไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ยกเว้นจะออกไปเที่ยว ผมก็ซัดอาหารเย็นเสียจนอิ่ม ผมทำอย่างนี้มาปีกว่าแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกหิวอยู่ดี ยิ่งช่วงหลัง ๆ ที่มาปั่นจักรยานยิ่งหิวกว่าทุกที ชักอยากจะกลับมากินข้าวเย็นเหมือนกัน... อ่าว ออกนอกเรื่องแล้ว ตอนค่ำ ๆ นั่งเล่นเกมเพลินไปหน่อย มาดูเวลาก็ 4 ทุ่มกว่าแล้ว จากที่ตั้งใจจะนอนตอน 4 ทุ่มก็พลาดไป แถมนอนไม่ค่อยหลับอีกต่างหาก

ตอนเช้าผมตื่นตอนตี 5 กว่า ๆ ง่วงนิดหน่อย ตื่นมาทำธุระส่วนตัว อาบน้ำ แต่งตัว เตรียมของอีกนิดหน่อย ของติดตัวก็มีกระเป๋าคาดเอวใบนึง มีกระเป๋าตังค์ ทิชชู่ ใบเช็คอิน และโทรศัพท์มือถือ ส่วนที่ติดรถมีน้ำขวดนึง ขนม (เป็นคุกกี้ - ผมจะเอาช็อกกาแลตไป แต่โดนแดดคงละลายหมด) แขวนหัวรถเอา (ไม่เท่เลย) ผมปั่นออกจากบ้านเวลา 0615 เปิดให้ endomondo เก็บเส้นทางไปด้วย

ในช่วงแรก ๆ มันยังเช้าอยู่ อากาศก็สบาย ๆ ทำให้ไม่รู้สึกว่าเหนื่อยมากนัก อีกทั้งผมยังไม่ได้ฝืนปั่นด้วย อาศัยการปั่นสบาย ๆ เรื่อย ๆ ไม่เร่งรีบ และแวะพักทุก ๆ 10 ก.ม. ตามที่ตั้งใจไว้ ผมพบว่า การปั่นบนถนนใหญ่ สามารถปั่นได้เร็วกว่าการปั่นถนนในหมู่บ้านอยู่พอสมควร ผมสามารถปั่นด้วยความเร็ว 27 - 30 ก.ม./ช.ม. ได้โดยเหนื่อยเท่า ๆ กับที่ปั่นอยู่ทุก ๆ วัน เพราะพื้นถนนดีกว่ามากนั่นเอง

10th

ระหว่างทางเกิดปวดฉี่ขึ้นมา ก็แวะฉี่ แต่ฉี่นิดเดียวเอง แล้วทำไมถึงปวดก็ไม่รู้เหมือนกัน ในช่วงหลัง ๆ ประมาณ 9 โมงกว่า ๆ อากาศเริ่มร้อน เลยต้องดื่มน้ำเยอะกว่าปกติ แต่ไม่ได้ปวดฉี่อีก

?th

?th

ความกังวลสำหรับการออกถนนใหญ่ในตอนแรกของผมเป็นเรื่องที่รถมักจะขับเร็ว โดยเฉพาะนี่เป็นทางหลวงหมายเลข 4 แต่พอเอาเข้าจริง ๆ มันไม่น่ากลัวอะไรเลย สิ่งที่น่ากลัวสุด ๆ คือ รถที่วิ่งสวนเลนมาต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นจักรยานยนต์ หรือรถสี่ล้อ เพราะเราต้องหลีกให้พวกเขา ทางที่เราหลีกก็คือการขึ้นไปวิ่งบนถนนแทนที่จะเป็นไหล่ทางตามปกติ มันก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมเราต้องมาเสี่ยงชีวิต เพราะคนพวกนี้ด้วย เขาน่าจะไปเสี่ยงชีวิต วิ่งสวนเล่นบนถนนใหญ่แทนเราสิ แต่ก็นั่นแหละ เขาคงไม่ทำอย่างนั้นหรอก หรือไม่จริง?

?th

?th

near Krabi Airport

เมื่อมาถึงตัวเมืองกระบี่ ผมตั้งใจจะแวะไปที่ร้าน Champion Bike ที่ซื้อจักรยานมา จะให้เขาตั้งจานหน้าให้ใหม่ เพราะถ้าใช้จาน 3 มันจะสีกับที่สับเกียร์ (ที่จริงผมแทบไม่เคยใช้จาน 3 นะ) แล้วก็ซื้อสายล็อคจักรยานเส้นนึง ผมเลือกแบบเป็นกุญแจ เพราะผมไม่อยากให้ใครลองหมุนรหัสเล่น ผมกลัวว่าเขาจะถูกรางวัลหน่ะ ผมเข้าใจดีว่า สายพวกนี้ มันไม่ช่วยให้รถไม่หาย แต่อย่างน้อยมันก็ถ่วงเวลาไปได้ระยะหนึ่ง ถ้านานพอก็ดีไป

ตอนผมมาถึงร้านประมาณ 10 โมง ปรากฎว่า ร้านยังปิดอยู่ เริ่มเคว้งนิดหน่อย เพราะไม่ได้เตรียมตัวกับเรื่องนี้ไว้ (ชีวิตก็ไม่ได้ดั่งใจแบบนี้แหละ) ระหว่างที่คิด ๆ ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ปั่นไปเรื่อย ๆ จนถึง หลักกิโลเมตรที่ 0 ของกระบี่ ถ่ายรูปนกอินทรีย์ เขาขนาบน้ำ แล้วก็ปูไป แล้วก็ไปกินข้าวที่ร้านโกส้วง ครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ผมกินร้านนี้ ตอนนั้นรสชาติอาหารค่อนข้างเค็ม (ผมค่อนข้างกินจืดนะ) แต่ครั้งนี้ รู้สึกว่ามันไม่เค็มแล้ว พอกินเสร็จ บอสก็โทรมาบอกว่า ร้านเขาเปิดแล้ว ก็เลยออกไปที่ร้าน (ถึงยังไงก็กะว่าจะปั่นไปดูอีกทีอยู่ดี) ให้ร้านเขาปรับเรื่องเกียร์ให้ และติดสายล็อคให้ก็ปั่นไปอ่างนาง

river at Krabi

Kao Kanarb Nam

Eagle Statue on Lamp Post

Big Eagle Statue at Krabi

Big Crabs Statue at Krabi

ผมมาดูมือถือ แบตมันใกล้จะหมดแล้ว (มือถือเก่าก็อย่างนี้) คงเป็นเพราะผมเปิดเก็บเส้นทางไว้แน่ ๆ และไปเสียเวลาตรงในตัวเมืองด้วย เส้นทางไปอ่าวนางผมก็ไม่คุ้น ตำแหน่งโรงแรมก็อยู่ในมือถือ เริ่มรู้สึกถึงความลำบาก แต่ก่อนที่แบตจะหมดก็ขอให้ไม่หลงอยู่ในเมืองก่อนแล้วกัน พอคิดได้ก็ปั่นออกไป แล้วพยายามจำเส้นทางให้ได้ แต่สุดท้ายก็เลี้ยวผิดอีก โชคดีที่ยังพอมีแบตเหลือ มาเปิดดู เห็นเส้นทางลัด เส้นเล็ก ๆ เหมือนซอยเข้าหมู่บ้าน ก็ปั่นเข้าไป พอได้สักพัก ทางตรงข้างหน้ามันเป็นลูกรังแฮะ... ระหว่างที่ลังเลอยู่ว่าจะเอาไง ก็เห็นว่า ตรงหลังกำแพงบ้านมันมีทางโค้ง 90 องศา ที่เป็นทางลาดยางอยู่ เลยเลี้ยวตามไปและออกสู่เส้นทางหลักที่เลือกไว้ตอนแรกจนได้ โล่งอก

ปั่นมาเรื่อย ๆ ตามทางนี้ (ผมจำได้ เพราะเคยไปคลองม่วงตามเส้นนี้) ปั่นไปได้สักระยะหนึ่ง เห็นป้ายบอกทางไปอ่าวนาง เลยเลี้ยวเข้าไป ด้านบนเป็นป้ายสีน้ำเงิน มีรูปอ่าวนาง และบอกว่า อ่าวนาง 10 ก.ม. พอปั่นไปดูมันโล่ง ๆ เงียบ ๆ พิกล ชักไม่มั่นใจ เห็นรถสองแถวไปอ่าวนางวิ่งผ่านไปคันนึงก็สบายใจขึ้นนิดหน่อย ผมปั่นได้สัก 3 ก.ม. เหลือบไปเห็นหลักกิโลเมตร มันเขียนว่า อ่าวนาง 10 อ้าว แล้วป้ายเมื่อกี้ล่ะมันอะไรกัน!?!? ยิ่งปั่นไปก็ยิ่งเงียบ ร้างผู้คนไปเรื่อย ๆ แต่หลักกิโลเมตรมันยืนยันว่ามันไปได้ก็ปั่นไปเรื่อย ๆ จนเจอ 3 แยก และไม่มีป้ายบอกว่าไปอ่าวนางทางไหน เลยแวะไปถามแม่ค้า เขาก็ชี้ให้แบบงง ๆ ผมก็ขอบคุณเขาไป แล้วก็ปั่นต่อ จนมาถึงเขตอ่าวนาง แต่ไม่รู้ว่าโรงแรมมันอยู่ตรงไหน

ผมไปถามตำรวจท่องเที่ยว คนแรกงง ๆ แต่อีกคนมาบอกทางให้ ก็ปั่นตามที่เขาบอก แต่ไม่ได้ถามว่ามันอีกไกลแค่ไหน ผ่านช่วงหาดแรก ก็ไม่เจอ เลยไปช่วงหาดที่สอง ก็ไม่เจอ จนเลยมาจะถึงหาดนพรัตน์ คิดว่ามันคงไม่ใช่แล้วล่ะ เลยปั่นกลับ เลี้ยวเข้าซอยโน้นซอยนี้ ก็หาไม่เจอ จอดจะโทรศัพท์กับตู้หยอดเหรียญทุกตู้ที่แวะจอดมันก็เสีย จอดถามคนขับรถรับจ้าง จนได้เส้นทางมา ก็เป็นเส้นทางที่ผ่านมาแล้วทั้งนั้น แล้วมันอยู่ไหน(วะ) ชีวิตมั่นไม่ได้ดั่งใจเอาซะเลยจริง ๆ แต่ก็เอา วนหาอีกรอบ แล้วก็เห็นป้ายน้ำเงิน ๆ อันเล็ก ๆ เอ รู้สึกจะเป็นป้าย Best Western นะ จนพอเข้าไปดูใกล้ ๆ เอ่อ ใช่จริงด้วย ทำไมมันเล็กขนาดนี้ แล้วมองเห็นทางเดียวอีก

โรงแรมส่วนหน้าฟร้อนท์ ค่อนข้างเล็ก เป็นแบบ open air ผมไปเช็คอินแล้วบอกเขาว่า เอาจักรยานมาด้วย เขาเลยบอกให้เอามาจอดด้านใน ผมรอให้เขาเตรียมห้องให้จนเสร็จ ก็เข้าไปพักด้านใน ข้างในโรงแรมไม่ได้เล็กนะ มีสระน้ำ ห้องก็กว้างพอสมควร (เทียบกับโรงแรมในเขตท่องเที่ยว) มีระเบียงให้ แต่ห้องเก็บเสียงไม่ดี ข้างนอกคุยอะไรกัน ผมอยู่ข้างในได้ยินชัดเจนเชียว วันที่ไประบบเคเบิลทีวีมีปัญหา เห็นว่าจะเสร็จวันรุ่งขึ้น พนักงานเป็นกันเองดี

มาถึงก็อาบน้ำ อาบอยู่นานมาก แบบว่าเหนียวตัวสุด ๆ แล้วก็ซักเสื้อกับกางเกงจักรยาน เอาไปตากไว้ที่หน้าระเบียง แล้วก็นุ่งผ้าเช็ดตัวมานอนดูทีวี มือถือแบตหมด ที่ชาร์จก็ไม่ได้เอามา ผมนอนกลิ้ง ๆ อยู่จน 5 โมงเย็น แต่บอสก็ยังไม่มา มันผิดปกติแล้วแฮะ ถ้ามาสายก็น่าจะโทรมาบอกทางโรงแรมให้แจ้งให้ผมรู้ก็ได้นี่ แต่ไม่เห็นมี เริ่มเป็นกังวล เสื้อผ้าก็ไม่มี อันที่มีอยู่ก็ซักตากไปยังไม่แห้ง โทรไปถามฟรอนท์เขาก็บอกว่ายังไม่มาเช็คอิน คิดไปคิดมา เห็นไดร์เป่าผมแขวนอยู่ เลยเดินไปดูที่ตู้เสื้อผ้าหวังว่าจะมีเตารีด แต่ก็ไม่มี (บางโรงแรมมีนะเออ) เลยเอาไดร์เป่าผมมาเป่าจนตรงชายเสื้อ ชายกางเกง เริ่มแห้ง ก็ใส่ออกมาคุยกับฟรอนท์ เขาก็บอกให้ยืมมือถือ ให้โทรไปหาดู ก็โทรไป ปรากฏว่าบอสออกมาเย็นแล้ว (ไม่โทรมาบอก ปล่อยให้เราห่วง) มาพร้อมกับพี่เขา แล้วก็หลง หาโรงแรมไม่เจอ กว่าจะคุยบอกเส้นทาง (ซึ่งผมก็ไม่คุ้นเคย เพราะมาครั้งนี้เป็นครั้งที่สองเอง) กว่าจะมาถึง นั่งจนเสื้อแห้ง (หน้าโรงแรมมันโดนแดด ก็นั่งรอตรงนั้น) ถ้ารู้งี้ ถ้าบอกมาก่อน จะได้ไปนั่งเล่น ชมวิวที่ชายหาดก็ดี อด... เสียดาย...

พอกลุ่มบอสมาถึง ผมก็เปลี่ยนชุดแล้ว ออกไปหาอะไรกินกัน กลางคืนปวดต้นขานิดหน่อย มากกว่าวันปกตินิดนึง คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรสำหรับวันพรุ่งนี้

รอบหน้า สิ่งที่ต้องเตรียมคือ เสื้อบาง ๆ กางเกงบอล ที่สามารถยัดใส่กระเป้าคาดเอวได้ ที่ชาร์จแบตมือถือ เป็นสิ่งที่ห้ามลืม!

สรุปวันนี้ปั่นไป 111 ก.ม. เกินจากที่คำนวนไว้ 16 ก.ม. แหน่ะ

วันอาทิตย์ - ขากลับ

ตอนเช้า พี่ของบอสกับบอสชวนไปเที่ยวแถว ๆ นั้นก่อน ก็เลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องไป พวกผมไปที่ศูนย์วิจัย และพัฒนาสัตว์น้ำชายฝั่งกระบี่ก่อน ด้วยสายตาไม่ดี ขับเลยไปจนถึงสุสานหอยเสียงั้น ไปถามทางเขา เขาบอกให้ขับย้อนกลับมา เลยมัสยิดก็ถึงแล้ว พอขับมาดู มีป้ายตั้งอยู่ข้างทาง ดันมองไม่เห็น! ข้างในส่วนใหญ่เป็นปลาการ์ตูน มีปลาพันธุ์อื่นบ้าง ตรงส่วนที่เป็นบ่อขนาดใหญ่มีปลาตัวใหญ่ ๆ อยู่ด้วย ผมไม่แน่ใจว่าเป็นปลาอะไร แต่ตัวใหญ่มาก ผมดูอยู่นิดนึง มันชักจะร้อนแฮะ ก็เลยพอแค่นั้น

Big Fish

Nemo

อีกที่นึงที่ไปคือ ท่าปอม คลองสองน้ำ ตรงนี้อยู่ห่างจากอ่าวนางประมาณ 28 ก.ม. ไปถึง มีเด็กเล่นน้ำกันสนุกสนาน อยากไปกระโดดด้วยจัง แห่ะ ๆ ข้างในน้ำใสมาก ใสสุด ๆ รากไม้ก็สวยแปลกตาดี แต่เสียดายที่ช่วงนี้อากาศร้อนไปหน่อย พวกผมดูได้ไม่นานก็กลับกัน แล้วไปกินข้าวที่หาดนพรัตน์ ก่อนจะมาส่งผมที่โรงแรม ผมก็ปั่นจักรยานกลับ ส่วนที่เหลือก็นั่งรถกลับกันไป

Trees

Beautiful Roots

Beautiful Roots

Clear Silent River

Little Swimmer

ผมออกจากโรงแรมประมาณ บ่ายโมง ร้อนมาก แต่ก็คิดว่าพอไหวนะ คราวนี้มือถือแบตเต็ม ไม่มีการเก็บเส้นทางอีกต่อไป (เก็บไป ถ้าแบตหมดก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี) เลยไปเส้นทางตามที่วางแผนไว้ทุกอย่าง พ้นจากเขตอ่างนางออกมาได้ อากาศมันร้อนกว่าเดิม บอสก็โทรมาแนะนำว่า ให้ไปที่ บขส. แล้วนั่งรถมาแทนไหม ด้วยความบ้าอีกรอบ ก็เลี่ยง ๆ ไม่ตอบไป (หุหุ) แต่มันร้อนจริง ๆ นะ น้ำที่เตรียมไว้ก็หมดอย่างรวดเร็ว แต่ผมก็ซื้อน้ำตามทางไปเรื่อย ๆ นะไม่ได้ปล่อยให้หมด แล้วก็แวะพักหลบเข้าหน้าร้านบ้าง (ซึ่งส่วนใหญ่ จะปิดวันอาทิตย์) ศาลาริมทางบ้าง นั่งพักจนหายร้อน แล้วออกมาปั่นใหม่ ผมพักบ่อยกว่าเดิมมาก และรู้สึกเหนื่อยกว่าวันแรกมาก คิดว่าสาเหตุคงมาจากความร้อนช่วงบ่าย และผมไม่ได้พักให้ร่างกายฟื้นนั่นเอง

Too Hot

ประมาณบ่ายสาม ดวงอาทิตย์ทำมุมต่ำลง เวลามีรถใหญ่อย่างรถบัส หรือรถบรรทุกวิ่งผ่านไปก็รู้สึกดีที่ได้ร่มเงาจากรถพวกนี้ เวลามีเมฆบังแดดให้ก็รู้สึกเป็นพระคุณใหญ่หลวง แต่ปั่นไปได้สัก 50 ก.ม. ผมก็เริ่มท้อ หมดเรี่ยวหมดแรง แถมรู้สึกปวดตรงข้อสะโพกด้านซ้ายอีก ส่วนก้นไม่ต้องพูดถึง มันชาไปหมดแล้ว อยากจะบ้าจริง ๆ คิดว่าไม่น่าจะทำอย่างนี้เลยจริง ๆ จากที่ขาไปปั่นได้ 27 - 30 ก.ม./ช.ม. ตอนนี้แค่ 25 ก.ม./ช.ม. ก็แทบจะไม่ไหวแล้ว แต่ยังฝืนปั่นไปเรื่อย ๆ นะ เอาไงก็เอากัน

Flowers
ตรงนี้ได้ยินเสียงเรไรด้วย นานมากแล้วที่ไม่ได้ยิน ปกติ ถ้าอยู่บ้านที่สงขลาจะได้ยินทุกเย็นในช่วงนี้เลยนะ

?th

การปั่นช่วงบ่าย - เย็นมีดีอยู่อย่างนึง คือ ผมชอบวิวข้างทาง นอกจากนั้นโหดนรกสุด ๆ แต่ก็นึกว่า คนอื่นเขาทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้ (ว่าแต่ใครทำได้ ตลอดทางไม่เห็นใครปั่นจักรยานแบบผมสักคน) ผ่านค่ายทหาร ก็นึกว่า ตอนฝึกเขาก็ยังวิ่งกลางแดดร้อน ๆ กันได้ ใส่ชุดทั้งหนัก ทั้งน่าอึดอัด เขายังทนกันได้ (ตอนนั้นก็ไม่เห็นทหารหรอก ก็จินตนาการเอา) ก็คิดอะไรประมาณนี้ไปเรื่อย ๆ จนมาถึงปากทางเข้าบ้านตอน 6 โมง นั่งสลบหมดแรงอยู่ตรงร้านค้า ก่อนจะปั่นไปจอดหน้าเซเว่น ซื้อไอติมมาแท่งนึงเป็นรางวัลตัวเอง แล้วปั่นเข้าบ้าน อีก 13 ก.ม. เอง...

พอคิดว่า 13 ก.ม. ก็แทบหมดแรงแล้วครับ แต่อันนี้เป็นไฟท์บังคับ ยังไงก็ต้องปั่น ไม่ปั่นก็กลับบ้านไม่ได้ และยิ่งช้ายิ่งมืด ยิ่งลำบาก ในเมื่อไม่มีทางเลือกใด ๆ ก็เลยต้องปั่นเข้ามา พอเจอเนินแรก (จากเนินโหด ๆ ทั้งหมด 3 เนิน) ก็หมดกำลังใจ เอิ๊ก ๆ แต่ก็ปั่นขึ้นไปได้ แล้วก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างทางเจอคนที่ปั่นจักรยานแบบผมด้วย ก็โบกมือทักทายเขาไปทีนึง ปกติผมไม่เคยเจอเขานะ คงเพราะผมปั่นช่วงเช้า ๆ ด้วยมั้ง แต่ผมก็จำเขาไม่ได้หรอก เพราะมันเริ่มมืดแล้ว จนมาถึงบ้าน แทบสลบ ระยะทางขากลับนี้ 95 ก.ม. ตามที่คำนวนไว้ เพราะไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางไปไหน

สำหรับคนอื่นแถวนั้น คงมองว่า เออ วันนี้มันมาแปลกแฮะ ปั่นช่วงเย็น โดยไม่รู้หรอกว่า ผมปั่นมาจากอ่าวนางโน่น ไม่มีเสียงเชียร์ เสียงต้อนรับ (ชักจะโอเวอร์ไปละ) แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยผมก็ทำสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ได้ล้มเลิกไป ผมได้ทำ และทำได้ในสิ่งที่หลายคนได้แต่คิด ซึ่งเมื่อก่อนผมเองก็ได้แต่คิดนะ ถ้าผมไม่เริ่มทำตั้งแต่วันนั้น ป่านนี้ผมก็ยังได้แต่คิดอยู่เหมือนเดิม

มาถึงบ้านรู้สึกเหมือนมัน over heat ร่างกายระบายความร้อนออกไม่ทัน นั่งก็แล้ว นอนก็แล้ว อาบน้ำก็แล้ว เป่าพัดลมใส่ก็แล้ว (บ้านไม่มีแอร์) มันก็ยังรู้สึกร้อนอยู่ อยากแก้ผ้านอนสุด ๆ แต่กลัวว่าตื่นเช้ามาจะเป็นหวัด เลยได้แต่รวบ ๆ เสื้อผึ่งพุง แฮ่ะ ๆ ตอนเช้ามารู้สึกดีขึ้น แต่ยังรู้สึกว่า มันยัง over heat อยู่ดี

ทั้งสองวัน ผมปวดหัวนิด ๆ ตอนแรกคิดว่าจะปวดตุ๊บ ๆ แทบอ้วกเหมือนครั้งก่อน ๆ แต่ไม่เป็นแฮะ ทั้งที่ออกกำลังหนักกว่าเมื่อก่อนมาก ตอนถึงบ้านปวดตึงต้นขาทั้งสองข้างนิดหน่อย แต่ตอนเช้ามาไม่ปวดแล้ว มีปวดช่วงหัวเข่าข้างขวานิดหน่อย และปวดตรงข้อสะโพกข้างซ้ายพอสมควร หวังว่าจะหายปวดเร็ว ๆ นี้ ตอนนี้ขอพักสัก 2 - 3 วัน ค่อยกลับไปปั่นใหม่

รอบหน้าเอาอีกไหม? ถ้าได้พักสัก 2 คืน และเลี่ยงช่วงบ่ายได้จะดีมาก

My Friend

ป.ล. ภาพถ่ายออกมาคงไม่สวยนัก ไม่ได้แต่ง และมาจากกล้องมือถือเก่า ผมตั้งใจจะถ่ายทุก ๆ 10 ก.ม. แต่ลืมบ้าง แบตหมดบ้าง ก็เลยว่า ช่างมันเถอะ เนอะ

ป.ล. จะแทรกรูปจาก Google+ Photos ให้ เปิดรูปใหญ่ แล้วคลิกขวาเลือก Copy Image Location หรือคำสั่งอื่น ๆ ที่คล้าย ๆ กันนี้มาใช้ได้เลย geek สมเป็น Google

แถมเพลงนี้ปิดท้ายแล้วกันนะ

Add new comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.