รีวิวเกม Torchlight II

Torchlight II พัฒนาโดย Runic Games ซึ่งมีนักพัฒนาหลายคนมาจากทีม Blizzard North ทีมที่สร้าง และพัฒนาเกม Diablo I และ Diablo II เกม Torchlight เป็นเกม Action RPG แนวเดียวกับ Diablo และรูปแบบการเล่นแทบจะไม่แตกต่างจาก Diablo I และ Diablo II คือ คลิก คลิก แล้วก็คลิก ในส่วนกราฟิค Torchlight จะเป็นรูปแบบของการ์ตูน ในขณะที่ Diablo จะดูสมจริงมากกว่า

เนื้อเรื่องของภาค 2 จะต่อเนื่องจากภาคแรก คือ หลายปีหลังจากที่เหล่าฮีโร่ (Destroyer, Alchemist และ Vanquisher) ได้ปราบ Ordrak บอสสุดท้ายในเกมได้แล้ว อันตรายจาก Ember (แร่ในโลกของ Torchlight) ได้ครอบงำ Alchemist ทำให้เขาไปขโมย Ordrak's Heart และทำลายเมือง Torchlight (เมืองในภาคแรก) ทิ้ง และค้นหา Elemental Guardian เพื่อจะดูดพลังจากเหล่า Guardian โดยมีวัตถุประสงค์อาจเพื่อทำลาย Ember ทิ้ง

ถ้าถามว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจ น่าติดตามไหม ผมคงบอกว่าเฉย ๆ แต่สิ่งที่ทำได้ดีมากสำหรับ Torchlight II คือ รูปแบบการเล่นเกมที่สนุก และน่าสนใจ แม้จะเป็นเกมรูปแบบเดิม ๆ ที่มีอยู่เกลื่อนก็ตาม

ตัวละครที่มีให้เล่นในภาค 2 จะมี 4 อาชีพ คือ Outlander (เน้นโจมตีระยะไกล) Engineer (เน้นการต่อสู้ประชิดตัว พลังป้องกันสูง สร้างหุ่นยนต์ช่วยสู้ได้) Berserker (เน้นการต่อสู้ประชิดตัว รวดเร็ว รุนแรง) และ Embermage (เน้นด้านเวทย์มนต์) พร้อมกับ สัตว์เลี้ยง 8 แบบ และสามารถเปลี่ยนแปลงหน้าตาตัวละครและสัตว์เลี้ยงได้ แทนที่จะเหมือน ๆ กันหมดในภาคแรก

ระบบแผนที่ในภาค 2 เป็นแบบสุ่มเช่นเดียวกับ Diablo สำหรับภาค 2 แผนที่มีความกว้างมากกว่าภาคแรกหลายเท่า สภาพแวดล้อมที่หลากหลาย รวมทั้งมีสภาพอากาศ และกลางวันกลางคืนเข้ามา ซึ่งแตกต่างจากภาคแรกที่ค่อนข้างเป็นทางตรง คือ วิ่งลงชั้นล่าง ๆ ของเหมืองไปเรื่อย ๆ สภาพแวดล้อมในเกมของภาคนี้จึงดูไม่น่าเบื่อเท่าภาคแรก

Environment in Game

ระบบที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Phase Beast Challenge ที่ปรับปรุงให้มีความหลากหลายมากกว่าในภาคแรก Phase Beast Challenge จะคล้ายกับ mini game เมื่อเข้าไปแล้ว ผู้เล่นต้องอ่านข้อความประกาศสั้น ๆ และทำตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งมีทั้งยาก ง่าย แตกต่างกันไปในการสุ่มแต่ละครั้ง ถ้าผ่านก็จะได้รับผลตอบแทนที่(อาจจะ)คุ้มค่า แต่ถ้าไม่ผ่านก็ไม่มีโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่สอง

Phase Beast Challenge: Spider Lair

สำหรับเควสเสริม ในภาคแรก จะใช้ประตูวาร์ปในการเข้าทำเควส ผู้เล่นจึงอยู่แต่ในเมือง แล้ววิ่งเข้าประตูวาร์ป ทำเควสจบก็ออกมา แต่ในภาคนี้ จำเป็นต้องวิ่งไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ในแผนที่แทน และส่วนใหญ่ NPC ที่ให้เควสก็มักจะยืนรออยู่ที่หน้าประตู ปัญหาการรับเควสแล้วหาดันเจี้ยนไม่เจอจึงไม่เกิดขึ้น แต่ความท้าทายตรงนี้ก็ลดลงไปเล็กน้อย แต่ถึงยังไงเสีย แผนที่ก็ระบุพิกัดไว้อยู่ดีนั่นแหละ

Quest: Ghosts of Plunder Cove

ระบบสกิลในภาคนี้ แต่ละอาชีพจะแบ่งออกเป็น 3 สายเหมือนภาคแรก (และก็เหมือนกับ Diablo II) แต่เพิ่มระบบ Tier เข้ามา คือ มีการเพิ่มความสามารถของสกิลทุก ๆ 5 เลเวล ทำให้ สกิลแรก ๆ ยังใช้งานได้ดีอยู่หากอัพให้ระดับสูง ๆ แทนที่จะอัพเพื่อรอสกิลระดับสูง ๆ อย่างเดียว นอกจากนี้ ยังมีระบบ รีสกิล ที่คืนแต้มสกิลกลับให้ แต่จำกัดไว้ที่ 3 สกิลล่าสุดเท่านั้น เราจึงสามารถลองใช้สกิลก่อนว่าพอใจหรือไม่ หากไม่พอใจก็สามารถจ่ายตังค์เพื่อเอาแต้มคืนได้ และยังมีสกิลเสริมที่ได้จากไอเท็มให้เรียนรู้เพิ่มได้อีกจำนวนหนึ่ง ผู้เล่นแต่ละคนจึงมีความสามารถแตกต่างกันไป

Skill and Reskill

Scroll of Skills

ไอเท็มในเกมมีให้เลือกหลากหลายชนิด แล้วแต่ชอบ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีความสามารถพื้นฐานที่ต่างออกไป เช่น ในกลุ่มอาวุธโจมตีระยะไกล cannon จะโจมตีพื้นที่กว้างที่สุด แต่ระยะทางสั้นสุด ส่วน shotgun จะโจมตีแคบกว่า แต่ไกลกว่า ในขณะที่ pistol, bow และ crossbow เน้นโจมตีเดี่ยว โดยที่ bow จะโจมตีระยะกลาง crossbow โจมตีได้ระยะไกลสุด ส่วน pistol โจมตีในระยะสั้นสุด แต่สามารถถือได้ 2 กระบอก เป็นต้น

Pistol and Cannon

สัตว์เลี้ยงในภาค 2 มีความสามารถในการซื้อไอเท็มพื้นฐานกลับมาให้ตัวละครได้ นอกเหนือจากการขายของเพียงอย่างเดียวในภาคแรก ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องกลับเมืองบ่อยนัก แต่สิ่งที่เหมือนกับภาคแรก คือ สัตว์เลี้ยงยังสามารถเปลี่ยนร่างเป็นมอนสเตอร์ต่าง ๆ ด้วยการกินปลาอยู่ สามารถเรียนรู้สกิลเสริมต่าง ๆ จากไอเท็มได้ ส่วนตัวผมรู้สึกว่าสัตว์เลี้ยงมันเก่งเกินเหตุไปสักหน่อย (หรือไม่ผมก็เล่นอ่อนเอง)

Pet Transform Into Half Skeleton

Pet's shopping list

การตกปลาในภาคนี้ หากเป็นแผนที่นอกเมือง ฝูงปลาจะมีจำนวนจำกัด แทนที่จะตกได้เรื่อย ๆ เหมือนกับในภาคแรก แต่ฝูงปลาในเมืองยังมีไม่จำกัดเหมือนเดิม นอกจากจะใช้เบ็ดตกปลาแล้ว ภาคนี้ยังเพิ่มระเบิดสำหรับจับปลาเข้ามาด้วย แต่จำนวนปลาที่ได้จะลดลงเป็นครึ่งนึงแทน นอกจากจะได้ปลาแล้ว บางครั้งอาจได้ไอเท็มต่าง ๆ แทน

Fishing

การเล่นเกมสามารถเล่นได้ทั้งแบบเล่นออฟไลน์คนเดียว ผ่านระบบแลน และผ่านอินเทอร์เน็ต ถ้าเล่นคนเดียวเบื่อแล้ว ก็เอาตัวละครที่เล่นอยู่ไปเล่นร่วมกับเพื่อนได้ โดยไม่ต้องสร้างใหม่ โดยความยาก และจำนวนของมอนสเตอร์จะแปรผันตามจำนวนสมาชิกในกลุ่มที่อยู่ในแผนที่ขณะนั้น และไอเท็มที่ตกจากมอนสเตอร์จะเป็นของเฉพาะแต่ละคน ไม่ได้แชร์กัน คนอื่น ๆ จะไม่รู้ว่าใครได้อะไร ตัดปัญหาการแย่ง การขโมยไอเท็มออกไปได้ แต่ระบบเล่นหลายคนยังไม่มีการต่อสู้แบบ PvP แต่ทาง Runic Games บอกว่า จะทำระบบ Arena ออกมาเป็น patch เสริมภายหลัง

Multi-player Mode

ผมไม่ได้ลองเล่นแบบหลายคนมากนัก แต่ปัญหาที่พบ คือ หาผู้เล่นที่เลเวลใกล้เคียงกันค่อนข้างยาก ผู้เล่นที่สร้างเกมส่วนใหญ่จะตั้งช่วงเลเวลไว้ที่ 1 - 100 ระบบค้นหาจะดูข้อมูลตรงนี้ แทนที่จะดูเลเวลจริง หรือเลเวลเฉลี่ยของผู้เล่น และตัว filter ก็ไม่จำค่าที่ตั้งไว้ก่อนหน้า ทำให้ต้องกำหนด filter ใหม่ทุกครั้งที่จะเล่นเกม น่าหงุดหงิดเหมือนกัน แต่ Torchlight II ก็ให้ความสะดวกตรงที่ ผู้เล่นสามารถวาร์ปไปหาผู้เล่นคนอื่นได้ทันทีผ่านทางประตูวาร์ป อีกสิ่งหนึ่งคือ Torchlight II ยังไม่สามารถสิงก์ไอเท็มผ่านกล่องสนทนา และไม่สามารถพิมพ์ตัวอักษรภาษาอื่น นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ (เกมไหนที่ไม่ใช่เกมออนไลน์ที่นำเข้ามาทำได้บ้างผมไม่รู้นะ แต่อันนี้คาดหวังเป็นการส่วนตัว) อาจเป็นที่อึดอัดใจสำหรับผู้เล่นที่เป็นไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักสักหน่อย...

Online Group List

เท่าที่ลองเล่นดู ส่วนตัวผมมองว่าระดับ Normal ออกจะง่ายไปสักหน่อยสำหรับคนที่เคยเล่น Diablo, Torchlight หรือเกมแนวนี้มาแล้ว แนะนำว่าเล่นระดับ Veteran ตั้งแต่แรกจะท้าทายกว่า ปัญหาอีกอย่าง คือ ไม่ใช่ NPC ทุกตัวที่มีเสียงพากษ์ ทำให้รู้สึกว่าเกมขาดความสมบูรณ์ลงไป สำหรับคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ

ส่วนระบบอื่น ๆ อย่างการใส่หิน หรือไอเท็มอื่น ๆ ลงในชุดและอาวุธ (socket) ยังคงเหมือนเดิม คือ สามารถทุบชุด/อาวุธเพื่อเอาหินกลับมา หรือการทุบหินทิ้งเพื่อใส่หินก้อนใหม่ลงไปแทนที่ หรือการแปลงไอเท็ม (transmute) ก็ยังคงมีอยู่เช่นกัน

ทาง Runic ได้สัญญาไว้ว่าจะออกโปรแกรมปรับแต่งเกม (mod editor) หลังจากปล่อยภาค 2 ออกมาได้ระยะหนึ่ง สำหรับใครที่เบื่อเกมแบบปกติแล้ว สามารถลง mod เพื่อหาความท้าทายใหม่ ๆ ที่หาไม่ได้ในเกมแบบปกติ เช่น อาชีพใหม่ สัตว์เลี้ยงใหม่ สกิลใหม่ หรืออาจจะเป็นรูปแบบการเล่นใหม่ ๆ อันนี้ต้องรอลุ้นกันว่า ตัว mod editor มีความสามารถแค่ไหน รวมถึงเหล่า modder จะมีจินตนาการไว้แบบไหน ซึ่งแนวนี้เป็นแนวทางที่ต่างจาก Diablo III ชัดเจน

หากใครชื่นชอบ Diablo I และ Diablo II และอยากจะสัมผัสความสนุกแบบนั้นอีกครั้ง Torchlight II ให้คุณได้ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป (19.99 USD ประมาณ 600 กว่าบาทเอง) ซึ่งมีขายทั้งแบบทางตรงผ่านเว็บไซต์หลัก และผ่าน Steam

ป.ล. หากใครอยากดูภาพเต็ม ๆ เข้าไปดูใน Picasa Web ละกันครับ

Death Screen

Comments

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ครับ

Add new comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.