เก็บตกกัมพูชา และการเดินทางกลับ

ช่วงที่ผมอยู่กัมพูชา มีข่าวเรื่องฝนตกหนักที่ภาคใต้ ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันหนักหนาอะไร เพราะช่วงปลาย ๆ ปี เป็นช่วงฤดูฝนของภาคใต้อยู่แล้ว แต่พอฟังข่าวเห็นข่าวน้ำท่วมบ้าง เริ่มไม่สบายใจ พี่เขาโทรกลับมาที่บ้านที่กระบี่ ได้รู้ว่าแค่ลมแรง แต่ไม่มีปัญหาอื่น (อยู่ข้างทะเลน้ำคงไม่ท่วม แต่ถ้าพายุพัดหายไปนี่อีกเรื่องนึง)

ส่วนผมโทรกลับไปที่บ้านที่สงขลา ปรากฎว่าโทรไม่ติด เปลี่ยนไปโทรหาน้องที่ภูเก็ตก็ไม่ติดอีก ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น พอมาดูข่าวเลยได้รู้ว่าน้ำท่วมหาดใหญ่สูงมาก ชักเครียด แต่ก็คิดในแง่ดีว่า บ้านเรามันไม่เคยท่วม แล้วอีกอย่างถึงท่วมก็มีบ้านน้าให้หลบล่ะ

ผ่านไปอีกวัน โทรไปหาน้องที่ถภูเก็ตอีกรอบ คราวนี้ติด ถึงได้รู้ว่า วันที่หาดใหญ่น้ำท่วมน้องกลับบ้านพอดี พึ่งกลับมาถึงวันที่ผมโทรไปหานี่แหละ น้องบอกว่าตอนกลับลุ้นมาก กลัวจะกลับมาภูเก็ตไม่ได้ ผมพอรู้ว่าที่บ้านไม่เป็นอะไร ก็หมดห่วงถึงจะโทรหาน้องที่สงขลาไม่ได้ก็ตาม (น้ำท่วมหาดใหญ่ การสื่อสารในสงขลาแทบใช้การไม่ได้)


อาหารที่กัมพูชาไม่ค่อยเผ็ดเลย ออกไปทางหวานเสียส่วนมาก กินแล้วรู้สึกเลี่ยน ๆ คิดว่าคงทำขายฝรั่งเขา ลองถามคนรถดูเขาก็บอกว่า "เขาไม่ค่อยกินเผ็ดนะ" ก็เลยไม่รู้ว่าคนกัมพูชาเขาไม่กินเผ็ดกันหรือเปล่า

ร้าน Khmer Family ทำอาหารช้า จนฝรั่งโวยวาย ผมก็ว่ามันช้ามาก นั่งกันจนหายหิวเลยทีเดียว

ฝรั่งใช้ช้อนไม่เป็น แต่เขาใช้ตะเกียบได้ เลยเห็นบางคนใช้ตะเกียบ ใช้ส้อมตักข้าว ดูแปลก ๆ แต่วัฒนธรรมเขา เขาใช้ช้อนตักซุปกันนี่

ร้าน BBQ ที่ข้างร้าน Red Piano มีคนมากินเยอะมาก มีคนไทยอยู่ด้วย อาหารอื่นทำช้านิดนึง (เพราะคนเยอะ) มีแบบทำเตรียมไว้ทีละเยอะ ๆ แล้วค่อยแปะหน้าด้วย แต่ BBQ นี่เร็ว


ตลาด Night Market ที่เสียมเรียมไม่ค่อยต่างอะไรกับตลาด Night Market ที่เชียงรายเชียงใหม่ ขายพวกเสื้อผ้า ผ้าพื้นเมือง อัญมณี ของที่ระลึกต่าง ๆ ของกินมีบ้าง แต่ของเรามีของกินเยอะกว่าเป็นไหน ๆ ส่วนของที่เยอะในเสียมเรียบเป็นสปาปลา มีตั้งแต่ชั่วโมงละ $3 ต่อ 20 นาที ไปจนถึง $3 ต่อคืน แบบว่านั่งกันให้เท้าเปื่อยไปเลย ปวดฉี่ลุกขึ้น เสียม้าแหง ๆ อันนี้ผมไม่ได้ลองนะ กลัวเอาเท้าลงไปปุ๊บปลาเขาหายท้อง เหอะ ๆ


ตอนเดินทางกลับผมจองตั๋วรถทัวร์ไปกับทางโรงแรม เลยมีรถตุ๊ก ๆ มารับถึงที่ ก่อนกลับพนักงานโรงแรมมาขอถ่ายรูป คิดว่าคงทำกับแขกทุกคนนะ ตอนกลับมาเลยได้รับเมลขอบคุณจากทาง Golden Temple Villa ด้วย ตอนที่นั่งอยู่ที่คิวรถ มีชาวกัมพูชามาถามว่ารถนี้ไปปอยเปตหรือเปล่าเป็นภาษาขแมร์ ไอเรามึนตึ๊บไปเลย พอเขาเห็นเราทำหน้างง เลยรู้ว่าเราไม่ใช่ชาวกัมพูชา (แต่ตอนนั้นรู้สึกจะพยักหน้าตอบไปตามน้ำ) มีไกด์ กับชาวกัมพูชาหลายคนทักว่าหน้าตาคล้ายคนกัมพูชา นี่สรุปว่าหน้าผมเหมือนคนกัมพูชาจริง ๆ เหรอเนี่ย?

Front view of Golden Temple Villa
ด้านหน้าของโรงแรม Golden Temple Villa

ตอนนั่งรถในฝั่งกัมพูชา เห็นที่นา แม่น้ำ หมู่บ้าน แล้วคิดถึงบรรยากาศแบบนี้ตามชนบทตอนที่ผมยังเด็กอยู่ชะมัด น้ำใส ๆ ข้าวเขียว ๆ

รถบัสจอดอยู่ 2 จุดในฝั่งกัมพูชา ก่อนจะมาถึงด่าน ให้เราเดินผ่านด่านกันเอง ด่านฝั่งกัมพูชาต้องยืนอยู่ข้างนอก ค่อนข้างร้อน มีเจ้าหน้าที่สามคนเอง พอเข้าฝั่งไทยเป็นคนไทยเลยได้อภิสิทธิ์ เข้าช่องไทย ซึ่งไม่มีคนอยู่ แป๊บเดียวผ่านออกมาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เห็นในขอเข้าเมืองผมเขียนเลขที่เที่ยวบินไว้ เลยถามว่า "เที่ยวบินถูกระงับเหรอ?" ผมเลยตอบไปว่า "เปล่าครับ ผมเขียนผิด"

Pumping Engine
เครื่องปั๊มพ์น้ำกลางทาง

พอพ้นจาก ต.ม. ก็ต้องมายืนรอให้คนรถเขาเรียกไปขึ้นรถอีก รออยู่นานพอสมควร เลยได้เห็นคนที่พยายามนำเข้า (ส่งออก?) พวกบุหรี่ที่เป็นกองทัพมดอยู่เรื่อย ๆ

รถทางฝั่งไทยเป็นรถตู้ที่จะไปจอดที่ถนนข้าวสาร ไม่สบายเท่ารถบัส แล้วก็รู้สึกว่าระยะทางมันไกลพอสมควรเลยทีเดียว กว่าจะถึงนั่งกันเมื่อย พอมาถึงแถว ๆ ถนนข้าวสาร ก็มีปัญหารถติดอีก เรียกรถแท็กซี่ ไปได้นิดนึงเจอรถติดนานเข้า เลยเปลี่ยนมาเป็นมอเตอร์ไซต์รับจ้าง เพื่อจะไปที่สถานีรถไฟฟ้า ถึงเป็นประสบการณ์ Amazing Bangkok ละกัน สมคำเล่าลือมาก ๆ

สรุปแล้วเดินทางกลับใช้เวลาทั้งวัน จากที่คิดว่าจะถึงบ่ายกลายเป็นถึงค่ำ

หมดแล้วครับ คราวหน้าจะเขียนให้มันดีกว่านี้ สัญญา ๆ

Add new comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.