วัดพนม
สำหรับการไปวัดพนมนั้นผมเดินไป เพราะว่าจะหาที่ซื้อตั๋วเรือ และหาโทรศัพท์โทรไปบอกคุณโต๊ะเรื่องรถด้วย แต่ผมดันลืมนึกถึงโรงแรมที่เสียมเรียบไปสนิทในตอนนั้น
พอเดินออกมาจากโรงแรมได้หน่อยนึงก็เจอ คนขับแท็กซี่เมื่อวานถามว่าจะเหมารถไปเที่ยวไหม เราก็ปฏิเสธไป ก่อนที่จะเริ่มเดินมั่ว ๆ ตามแผนที่ที่ได้มา แต่สรุปว่า ไปไม่ถูกสุดท้ายก็เลยต้องเดินไปถามทางกับคนแถว ๆ นั้นเอา เขาก็ใจดีบอกให้ว่าเดินไปทางไหน
หลังจากเดินตามทางที่เขาชี้มาให้ ก็เจอกับโต๊ะรับโทรศัพท์ แบบนาทีละ 2 บาทบ้านเรา แต่ของเขาจะเป็นนาทีละ 300 - 400 R แทน เขาจัดการโทรไปหาคุณโต๊ะเพื่อติดต่อเรื่องรถก่อน หลังจากคุยกัน และตกลงกันเรียบร้อยก็เดินทางต่อ วันนี้อากาศค่อนข้างเย็น เดินไปได้สักพักก็เริ่มหิว หันซ้ายหันขวา ดูท่าจะหาร้านอาหารยาก พอมาเจอกับร้านหนึ่ง มองดูแล้ว ไม่แน่ใจว่า เป็นร้านปกติ หรือร้านในโรงเรียน สีสันของเก้าอี้สดใส และหลากหลายสี แต่ผมไม่ได้ถ่ายมา ตอนนั้นหิวเลยสนใจอะไรเลย เข้าไปนั่งก็มีคนมาถาม พูดกันไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ ข้าวกับเป็ดย่างมา และโอเลี้ยงมาคนละชุด พอนั่งสังเกตแล้ว เขามักจะตั้งแก้วใส่น้ำร้อนสำหรับลวกช้อนให้ และมีมะนาวให้ นอกเหนือจากเครื่องปรุงที่เห็นในประเทศไทย รสชาติก็โอเค ไม่ดีไม่ร้าย เสียอย่างเดียวคือ กระดูกเยอะไปหน่อย ราคาไม่แพง เพราะเป็นร้านที่ขายชาวบ้านอยู่แล้ว
หลังจากกินอิ่มแล้ว ก็ออกเดินทางหาร้านที่ขายตั๋วเรือกันต่อ เจออีกร้านก็ราคาเดียวกัน $35 และเจ้าของร้านก็บอกว่า ไปทางรถคุ้มกว่าอีกรอบ แต่ยังไม่ลดละ พอเจอกับธนาคารก็เลยเข้าไปแลกเป็นเงินเรียวไว้สักหน่อย ผมได้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ประมาณ 4000 KHR/USD ก่อนจะเดินหาตั๋วเรือกันต่อ
สุดท้ายแล้ว ผมได้ตั๋วเรือที่ท่าเรือในราคา $35 นั่นแหละ ทั้ง ๆ ที่ค่ารถจะอยู่ที่ประมาณ $8 - $12 เอง และสวัดิการพร้อม แต่ยังเลือกทางเรือเพราะอยากจะลองดูสักครั้ง ไม่ได้เดินไปถึงจุดที่เจ้าของร้านเมื่อคืนก่อนบอกเพราะคิดว่า ราคาคงจะไม่ถูกกว่านี้อีกแล้ว ตัดใจได้ก็เลยเดินมุ่งหน้าไปที่วัดพนม
ค่าเข้าชมวัดพนมอยู่ที่ $1 สำหรับชาวต่างชาติ วัดพนมตั้งอยู่บนเขา ที่เชื่อว่าเป็นเขาที่สร้างขึ้นโดยยายพนม มีชาวขแมร์มานั่งเล่น นั่งดูลิงกันอยู่พอสมควร บางคนก็มาไหว้พระข้างใน บางคนก็มาไหว้รูปปั้นของยายพนม ที่เชื่อว่าเป็นคนสร้างวัดนี้ขึ้นมา ส่วนชาวต่างชาติไม่มากนัก
นอกจากจะมานั่งพักผ่อนแล้ว บางคนเขาก็มาเล่นตะกร้อกันด้วย เป็นตะกร้อวง แต่ลูกตะกร้อของกัมพูชานั้นไม่เหมือนลูกตะกร้อไทย มันคล้าย ๆ กับลูกแบดมินตันมากกว่าที่จะเป็นลูกตะกร้อ
นอกจากตะกร้อแล้วก็มีช่างเสริมสวยนอกสถานที่มานั่งแต่งเล็บกันด้วย และมีช้างให้ขี่เล่นด้วย แต่ราคานี้ผมไม่รู้ เพราะไม่ได้เข้าไปถามมา
ผมเห็นรูปปั้นนี้ที่วัดพนมด้วย เข้าใจว่าเป็นพระรูปของกษัตริย์ไทย แต่จำไม่ได้ว่าพระองค์ใด ที่สร้างไว้เพราะว่าก่อนหน้านี้ได้มาปกครองกัมพูชาเป็นประเทศราช (แอบฟังไกด์เข้าอธิบายให้ฝรั่งฟัง จับใจความได้แค่นี้แหละ)
ระหว่างที่เดินเที่ยวอยู่นั้นฝนตกปรอย ๆ ด้วยบรรยากาศชวนให้เป็นหวัดดีแท้ แถมร่มก็ไม่มีอีก เดินดูวัดพนมอยู่สักพักก็กลับออกมาที่ริมแม่น้ำ จะเดินไปที่พระราชวังต่อ
ส่วนรูปอื่น ๆ ที่วัดพนมดูได้จาก Picasa Web





Add new comment