การเตรียมตัว และเดินทางไปพนมเปญ

ก่อนไปกัมพูชา เราได้เตรียมตัวหลายอย่าง เนื่องจากว่า จองตั๋วผ่านทางแอร์เอเชีย เลยมักจะมีเวลาให้เตรียมตัวเยอะพอสมควร ข้อดีอย่างหนึ่งของได้ค่าตั๋วที่ค่อนข้างถูก (จองในช่วงโปรโมชั่น) แต่ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยไม่ได้ไป หรือไม่ก็รอจนเซ็ง ก็เสียเงินไปฟรี ๆ เหมือนกัน

การเตรียมตัวเรื่องแรกคือเรื่องเงิน ในกัมพูชาใช้เงินเรียว (Riel - KHR) และ US Dollar เป็นหลัก แต่ถ้าแถวชายแดนไทย อย่างเสียมเรียบจ่ายเป็นเงินบาทได้ด้วย ผมแลกเป็นธนบัตร $1 จากเพื่อนไปพอสมควร เพราะใช้จ่ายง่าย อีกเรื่องคือสถานที่ท่องเที่ยว ผมซื้อหนังสือ คู่มือนำเที่ยว นครวัด นครธม มาเล่มหนึ่ง ซึ่งอย่างที่รู้มันหน้ากระดาษมันหลุดออกมาจากขอบเลยอ่านลำบากนิดนึง แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย ก่อนการเดินทางได้แวะไปตรังก่อน เพราะเครื่องออกตอนเย็น และไปนอนที่กรุงเทพฯ คืนนึงก่อนจะเดินทางไปพนมเปญในวันรุ่งขึ้น วันนั้นเลยไปแวะต้มเครื่องในที่ตรังกันก่อน เป็นร้านชื่อดังพอสมควร แต่มีหลายคนบ่นว่าแพง ชามละ 100 บาท แต่ของเขาอร่อย ไม่มีกลิ่น นุ่ม และเยอะมาก สำหรับผมแล้วรู้สึกว่า ถ้าสักครึ่งถ้วยก็พอแล้ว

หลังจากนั้นก็นั่งรถทัวร์ไปสนามบินกระบี่ แล้วนั่งรอขึ้นเครื่องในตอนเย็น ระหว่างนั้น มีเจ้าหน้าที่สนามบินเอาใบสำรวจเกี่ยวสนามบินมาให้ช่วยทำ เลยนั่งทำให้เขาสักหน่อย

ตอนเย็นฝนตก และงวงช้างถูกใช้โดยการบินไทยอยู่ ก็เลยนั่งคิดเล่น ๆ ว่าทางสายการบินจะแก้ปัญหายังไง ทีแรกคิดกันว่า คงจะแจกร่ม แล้วให้เดินไปขึ้นเครื่อง (ซึ่งไม่ไกลนัก) เพราะขาเข้า (ฝนยังไม่ตก) เขาให้ผู้โดยสารเดินเข้าตัวอาคารกันเอง แต่ปรากฎว่าสายการบินเขาเอารถมารับไปส่ง เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็มีเพื่อนมารับ ไปพักกับเพื่อน

พอมาถึงบ้านเพื่อนก็โดนชวนคุยจนดึก ผมง่วงมาก เลยหนีมานอนก่อน

เช้ามาก็ไปหาซื้อของ ผมเดินหาถ่าน Envelop ที่สยามพารากอน แต่ก็ไม่เจอ จึงตัดสินใจจะลงไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ฟูจิกันก่อน แต่ฟูจิดันเปิดไม่ตรงเวลาอีก พอเวลามีจำกัดก็เลยรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย พอกินอาหารญี่ปุ่นเสร็จ เลยตัดสินใจจะไปดูที่เอ็มโพเรียมอีกที ก่อนจะไปถึงชั้นที่ขายอุปกรณ์ IT ก็ดันไปสะดุดกับกระเป๋าดิวเตอร์แทน มันติดป้ายลดราคาอยู่ พี่เขายืนลังเลอยู่พักนึงก่อนจัดตัดสินใจซื้อ เพราะกระเป๋าใบเก่ามันขาดแล้ว และกำลังจะซื้ออยู่พอดี แต่ปรากฏว่าร้านที่จะไปนั้นวันนี้เขาเปิดตอนบ่าย

ที่เอ็มโพเรียมก็ไม่มีถ่าน Envelop เหมือนกัน เลยจำเป็นต้องซื้อ Energizer แทน ตอนนั้นลืมคิดเรื่องชาร์จถ่านเสียสนิท เพราะของ Sony นั้นเอา pre-charge ให้

เสร็จจากเอ็มโพเรียมกลับไปที่บ้านเพื่อนก่อนจะเอากระเป๋าออกมา แล้วไปขึ้นรถไฟไปสนามบินสุวรรณภูมิ ครั้งก่อนยังไม่มีทางเชื่อม ตอนนี้มีทางเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าให้แล้ว แต่ยังไม่เปิดบริการเต็มรูปแบบ และประตูยังปิดเสียงดังจนตกใจอยู่เหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่เตรียมใจไว้แล้วแท้ ๆ (จุดที่จะเช็คอินได้สำหรับ Airport Link จะอยู่ที่สถานีมักกะสัน)

เมื่อฝากกระเป๋าเสร็จก็รับใบออกนอกประเทศมากรอก แม้จะไม่เคยกรอก แต่เป็นภาษาไทยพอจะเดาได้บ้าง ไปยื่นให้ตม.ยังดีที่คนไม่เยอะเท่าไหร่ เลยไม่ช้านัก จะไปช้าตรงที่ตรวจร่างกายนิดหน่อย ต้องถอดรองเท้าด้วย แล้วผมก็ลืมไปว่า ต้องเอาโน้ตบุ๊คออกจากกระเป๋าด้วยเลยขลุกขลักไปหน่อย

พอผ่านด่านอรหันต์มาได้เลยต้องออกกำลังกายนิดหน่อย เพื่อจะวิ่งไปที่เกต โชคดีที่เกตยังไม่เปิด

ตอนอยู่บนเครื่องทางเจ้าหน้าที่ก็แจกใบขอเข้าเมืองของกัมพูชาให้ ผมเองก็ไม่เคยกรอกกับเขา เลยแอบนั่งดูซ้ายที ขวาที ดูว่าฝรั่งที่นั่งข้าง ๆ เขากรอกอะไร ยังไงบ้าง กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาเหงื่อตก

พอมาถึงสนามบินที่กรุงพนมเปญ หลายคนต้องไปเข้าแถวเพื่อทำ Visa แต่ผมมี e-Visa เลยเดินไปเข้าช่องของ e-Visa ได้เลย ทางพนมเปญเปลี่ยนระบบมาเป็นใช้คอมพิวเตอร์ตรงนี้ ตอนที่ผมไปยังมีปัญหาอยู่พอสมควรสำหรับเจ้าหน้าที่ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างผมก็ไม่เจอปัญหาอะไร พอผ่านออกมาตรงจุดค้นกระเป๋า ยังให้คนอยู่ ไม่มีเครื่องสแกนด้วย บางคนเจ้าหน้าที่ก็ให้ผ่านไปเลย ไม่ได้ตรวจ ยกเว้นคนที่เขาสงสัยก็จะเรียกตรวจบ้าง พอจนจากจุดนั้นมาก็เจอกับทางออก รู้สึกว่า สนามบินกรุงพนมเปญนี่แคบจังเลยแฮะ

พอดีพวกเราจองโรงแรมไว้แล้ว เป็นโรงแรม Blue Tongue และขอให้โรงแรมส่งรถมารับ เลยไม่ต้องหารถเอง รู้สึกว่าตัวโรงแรมกับสนามบินนั้นจะห่างกันอยู่พอสมควร แท็กซี่คนนี้พูดไทยได้นิดหน่อย ค่ารถแท็กซี่อยู่ที่ $10 เราถึงที่โรงแรมตอนเย็น ๆ พอมาถึงจ่ายเงินให้กับแท็กซี่เสร็จ แท็กซี่ก็บอกว่า ถ้าจะไปไหนติดต่อเขาได้ เขามีทั้งแท็กซี่ และตุ๊ก-ตุ๊ก เข้ามาเช็คอิน พนักงานถามหา passport จึงได้รู้ว่า ทำ passport ตกในแท็กซี่ เพราะระหว่างนั่งมานั้น ผมถือไว้ในมือ แล้วดันสับปงกเป็นช่วง ๆ ยังดีที่แท็กซี่ยังออกไปได้ไม่ไกล หลังจากเช็คอินเรียบร้อย ก็เข้าไปที่ห้องพัก

ห้องที่โรงแรมไม่กว้าง ไม่แคบนัก ทีวีรับสัญญาณดาวเทียมจากไทยได้ และมีช่องไทยให้พร้อม มี Wi-Fi ให้ด้วย ผมได้ห้องใกล้กับตัว router สัญญาณเลยแรง (รหัสขอได้ที่เคาเตอร์) ข้อเสียอย่างนึงคือเก็บเสียงได้ไม่สนิทดี มีเสียงข้างนอกเข้ามาชัดพอสมควร

พออาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวเสร็จ กะว่าจะไปเดินหาอะไรกินกันก่อน ลงไปที่เคาเตอร์ของโรงแรม ก็เลยสอบถามเรื่องการเดินทางไปเสียมเรียบผ่านทางเรือ เขาบอกว่า ใช้เวลาประมาณวันนึง แล้วก็ค่าโดยสาร $30 แต่ตอนอ่านตามที่ต่าง ๆ เขาบอกว่าแค่ $20 เอง ก็เลยบอกว่า เดี๋ยวจะตัดสินใจอีกที แต่ความจริงคือ กะจะไปเดินหาที่อื่น ๆ ก่อน หากไม่ได้จริง ๆ ค่อยมาติดต่อที่โรงแรม

ค่ำ ๆ แถวโรงแรมค่อนข้างมืดสักหน่อยสำหรับผม พวกเราเดินไปหาทั้งของกิน ที่ขายตั๋วโดยสาร และที่ขายซิมของ Mfone (Mekong SIM)

สำหรับของกินก็มีเยอะ เป็นร้านข้างถนนบ้าง ผับบ้าง หรือร้านอาหารบ้าง เดินไปเดินทางสักพักก็หาไม่เจอร้านที่น่ากิน เพราะไม่รู้จักอาหารกัมพูชาสักเท่าไหร่ เห็นร้านหมูหันที่เอาหมูมาย่างทั้งตัว แล้วตัดขายเป็นชิ้น ๆ อยู่หลายร้าน สอบถามดูแล้วเขาขายได้เกือบหมดตัวนะ จนสุดท้ายไปเจอร้านนึง เขามีภาพอาหารให้เลยเสี่ยงเข้าไปนั่งกินกัน ร้านนี้อยู่ตรงสี่แยก St. 154 ตัดกับ St. 51 (Pasteur)

ผมสั่งชุดล็อกแล็กกับร้านนี้ ซึ่งผมกินแล้วคิดว่า มันคือชุดข้าวผัดที่ใส่ผงกระหรี่นิดนึง แล้วก็มีหมูผัดเต้าหู้ยี้ (อันนี้คือล็อกแล็ก) ไข่ดาว กับผักทอดให้เป็นของแกล้ม รสชาติใช้ได้เลยทีเดียว นอกจากข้าวผัดที่จะใส่ผงกะหรี่ลงไปนิดนึงแล้ว เกลือก็มักจะผสมพริกไทยให้แล้วด้วย

ระหว่างที่รออาหารอยู่ก็คุยกับเจ้าของร้านด้วยภาษาอังกฤษมั่ว ๆ สอบถามเกี่ยวกับที่ขายตั๋วเรือ เขาก็แนะนำดี บอกว่า มันค่อนข้างแพงนะ แล้วยังบอกสถานที่ขายตั๋ว และเขียนข้อความเป็นภาษาขแมร์ให้ด้วย เผื่อว่าไปไม่ถูกจะได้ยื่นให้ตุ๊ก-ตุ๊กดู แล้วก็ให้แผนที่มาอันนึงอีกต่างหาก ก่อนจะออกจากร้านก็บอกว่าจะกลับมาใหม่วันหลังด้วย

พอเดินมาสักพักก็เจอกับร้านขายตั๋วรถ เลยลองเสี่ยงเข้าไปถามดู เขาบอกว่า เขาไม่มีหรอกตั๋วเรือหน่ะ แต่ไปเรือมันทั้งช้าเสียเวลา แล้วแทบไม่มีอะไรให้ดูหรอก ไปกับรถเขาเร็วกว่า ถูกกว่า (แค่ $8 เอง) แล้วยังมี Wi-Fi ให้อีกด้วย เป็นการเชิญชวนที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่ได้ตัดสินใจลงไป

สำหรับซิมนั้นหาไม่เจอ มีแต่ของ Met-Fone คุยไปคุยมาดูเหมือนจะเป็นโทรกลับไทยนาทีละ $1 สู้ไม่ไหวเลยไม่ซื้อ

ตอนค่ำวันนั้น ผมพึ่งรู้ตัวว่าไม่ได้จดเบอร์โทรของคุณโต๊ะ (แต่คนในพันทิพย์เขาเรียกว่าคุณต่อ) ไว้เลยไปหาร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อเช็คเมลหาเบอร์โทรของคุณโต๊ะ ร้านอินเทอร์เน็ตที่นี่ราคาไม่ต่างจากของไทย แต่ผมไปใช้แล้วรู้สึกช้าไปสักหน่อย

ตลอดทางจะเจอกับตุ๊ก-ตุ๊ก หรือมอเตอร์ไซต์เรียกให้ใช้บริการของพวกเขาอยู่เสมอ ๆ บ่อย ๆ และถี่ด้วย ระหว่างทางจะได้ยินเพลงในทำนองคุ้น ๆ เหมือนกับเป็นเพลงไทย ที่เปลี่ยนคำร้องเป็นภาษาขแมร์ทำนองนั้นอยู่เรื่อย ๆ

พอถึงห้องก็จัดข้าวจัดของเล็กน้อย และทำให้รู้อย่างหนึ่งคือ ใบเข้า-ออกประเทศเขาจะให้มาพร้อมกัน ใบนึงที่เขียนว่า Arrival สำหรับเข้าประเทศ และ Departure สำหรับออกประเทศ เขียนพร้อมกันก็ได้ แต่ข้อมูลการเข้า-ออก เช่น เที่ยวบินค่อยเขียนตอนที่จะใช้ (เข้าหรือออก)

Add new comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.