เชียงใหม่ - ดอยอ่างขาง

วันต่อมาเดินทางไปยังดอยอ่างขาง ซึ่งที่นี่จะนอนเล่นคืนนึงด้วย

การเดินทางนั้น ผมไปโดยรถตู้ ที่สถานีช้างเผือก สำนักงานจะอยู่ไปทางด้านหลังของสถานีเล็กน้อย ถ้าไปไม่ถูกสอบถามเอาแถวนั้นได้

ส่วนถ้ามีมอเตอร์ไซต์ก็มีที่รักฝากรถ (วันละ 10 บาท) มีคนฝากกันเพียบ โดยร้านจะเปิดตั้งแต่ ตี 4 กว่า ๆ แล้วปิดประมาณ ตี 1

รถตู้ที่ผมนั่ง เป็น VIP ซึ่งสบายหน่อย มีบริการน้ำดื่ม กับเข้าห้องน้ำฟรี ตรงจุดพักรถ

ราคาโดยสารสำหรับรถตู้ VIP 150 บาทต่อคน

ตอนนั่งไปก็เห็นหมอกอยู่ประปรายตามรายทางที่ไป นั่งรถไปจนถึงที่วัดหาดสำราญก็ต้องมารอรถที่จะขึ้นไปดอยอ่างขางอีกทอดหนึ่ง

ถ้าใครที่พักค้างคืนที่โรงแรมบนดอย ทางโรงแรมจะมีรถมารับ แต่ผมไม่ได้พักที่นั่น แต่พักที่สถานีเกษตรแทนจึงต้องรอรถให้ขึ้นไป รออยู่พักนึงรถก็ไม่ออก เนื่องจากไม่มีคน

ค่าโดยสารสำหรับรถตู้คนละ 70 บาท แต่ต้องรอ 10 คนขึ้นไป หรือไม่ก็เหมา 700 บาท ต่อเที่ยว (ไป-กลับน่าจะ 1,300 บาท ถ้าต้องการไปชมทะเลหมอก เที่ยวบ้านขอบด้ง บ้านนอแล ต้องจ่ายเพิ่มอีก 300 บาท)

ส่วนมอร์เตอร์ไซต์ที่รับจ้าง(ถนนฝั่งตรงข้ามจะมีคิวมอร์เตอร์ไซต์รับจ้างอยู่) พาขึ้นดอย จะอยู่ประมาณ 200 - 400 บาท

แต่ก็โชคไม่ร้ายนัก มีชาวบ้านที่จะขึ้นไปบนนั้นอยู่พอดีเลยขอติดรถเขาไปด้วย เขาขอค่าน้ำมัน 300 บาท (ไปกัน 2 คน) เลยติดรถเขาไปด้วย

ผมได้บ้านที่อยู่ไกลสุด 2 เตียงไม่ใหญ่มากนัก มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อม (ถ้าอยากอาบน้ำอ่ะนะ) และมีกาต้มน้ำไฟฟ้าให้ด้วย เมื่อจัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย ก็ออกมาเดินเล่นในบริเวณที่เขาจัดสวนไว้ให้ ซึ่งจะเป็นดอกไม้เมืองหนาว รวมทั้งมีต้นซากุระอยู่ด้วย มีต้นกะหล่ำปลีประดับ สีขาว สีม่วง

อีกส่วนนึงจะเป็นป่าไผ่ ต้นใหญ่บ้างเล็กบ้าง แล้วก็มีสวนท้อกับบ้วย ซึ่งบางต้นก็ทำการติดตาเพื่อให้ต้นเดียวมีทั้งบ้วย และท้อ

เดินชมรอบ ๆ แล้วก็แวะไปอะไรทานที่ร้านอาหารบริเวณนั้น อาหารค่อนข้างที่จะธรรมดา โดยที่แม่ครัวจะลงไปซื้อมาจากด้านล่างเป็นส่วนใหญ่ จะมีเนื้อสัตว์บางอย่างที่เลี้ยงเอง ส่วนผักนั้นส่วนมากจะปลูกที่สถานีเกษตรอยู่แล้ว ผักจึงสด น่าทาน ส่วนราคาก็ไม่แพงสักเท่าไหร่

องุ่นปั่นอร่อยดี

แต่ผมไม่มีรถเลยไม่ได้ไปเที่ยวในบริเวณอื่น ซึ่งน่าจะมีสวนสตอเบอรี่ และสวนส้ม จะเดินไปก็ขี้เกียจ เลยไม่ได้ไปไหน ถ้ามีจักรยานหรือมอเตอร์ไซต์ก็จะดีมาก

แต่ถ้าจะให้ขี่มอเตอร์ไซต์ขึ้นมาเองคงไม่ไหว เพราะทางโหดมาก ถือว่าเป็นดอยที่โหดที่สุดเท่าที่ผมไปเที่ยวมาในหนนี้เลยทีเดียว รถไม่ดี คนขับไม่คล่อง คงรอดยาก

พอกลางคืนก็ไม่มีอะไรให้ดูแล้ว ยกเว้นสวนที่อยู่ใกล้ ๆ เดินอยู่นั่น นี่นิดหน่อยก็กลับมานอน

พอถึงตอนรุ่งเช้า ตื่นมาอากาศเย็นมาก ออกมาเดินเล่นรับลมเย็น ๆ มองไปก็เห็นแสงอาทิตย์ที่พาดผ่านเขาก็สวยอยู่เหมือนกัน

หลังจากนั้นก็หารถกลับ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าเป็นคนที่มาพักที่สถานีเกษตรถ้าหากไม่มีรถจะกลับจริง ๆ สามารถติดรถของแม่ครัวลงไปได้ แต่จะไม่รับคนที่ไม่ได้มาพักที่นี่ หรือจะลองติดต่อหารถลงไปเองก็ได้

เรารอรถแม่ครัว พร้อมกับที่ลองติดต่อหารถไปด้วย ก็ได้รถที่เขาขึ้นมารับคนด้านบนพอดี เลยขอติดรถเขาลงไปด้วย ก็เสียค่ารถไป 200 บาทในขาลง

เมื่อมาถึงที่วัดหาดสำราญ ทีแรกกะว่าจะนั่งรอรถประจำทาง แต่รออยู่พักนึง ไม่มาสักที เลยตัดสินใจไปบ้านกำนันเพื่อจะซื๋อตั๋วรถตู้กลับดีกว่า เลยไปจ้างมอเตอร์ไซต์รับจ้างให้ไปส่งที่บ้านกำนัน (คนละ 30 บาท) พอไปถึงปุ๊บ รถประจำทางก็วิ่งผ่านไปพอดี :(

ราคารถตู้เก็บเต็มราคา (150 บาทต่อคน) นั่งรออยู่พักนึง รถตู้ก็มาถึง แล้วก็นั่งกลับไปในตัวเมืองเชียงใหม๋

ระหว่างทางเจอด่านตรวจเขาขอบัตรประชาชนด้วย และขอค้นกระเป๋า แต่ไม่มีบัตรประชาชนให้ เพราะเอาไปเช่ารถเสียแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่ผมมีบัตรนักศึกษามสธ. อยู่ เลยยื่นให้เขาไป...

Add new comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.