เว็บไซด์นี้ขอสนับสนุนให้ผู้ใช้เปลี่ยนเบราว์เซอร์เป็นตัวอื่น แทน Internet Explorer เช่น Firefox, Opera, Chrome หรือ Safari เพื่อประโยชน์สูงสุดของคุณ (รายละเอียดเพิ่มเติม)

เชียงใหม่ - ดอยอ่างขาง

วันต่อมาเดินทางไปยังดอยอ่างขาง ซึ่งที่นี่จะนอนเล่นคืนนึงด้วย

การเดินทางนั้น ผมไปโดยรถตู้ ที่สถานีช้างเผือก สำนักงานจะอยู่ไปทางด้านหลังของสถานีเล็กน้อย ถ้าไปไม่ถูกสอบถามเอาแถวนั้นได้

ส่วนถ้ามีมอเตอร์ไซต์ก็มีที่รักฝากรถ (วันละ 10 บาท) มีคนฝากกันเพียบ โดยร้านจะเปิดตั้งแต่ ตี 4 กว่า ๆ แล้วปิดประมาณ ตี 1

รถตู้ที่ผมนั่ง เป็น VIP ซึ่งสบายหน่อย มีบริการน้ำดื่ม กับเข้าห้องน้ำฟรี ตรงจุดพักรถ

ราคาโดยสารสำหรับรถตู้ VIP 150 บาทต่อคน

ตอนนั่งไปก็เห็นหมอกอยู่ประปรายตามรายทางที่ไป นั่งรถไปจนถึงที่วัดหาดสำราญก็ต้องมารอรถที่จะขึ้นไปดอยอ่างขางอีกทอดหนึ่ง

ถ้าใครที่พักค้างคืนที่โรงแรมบนดอย ทางโรงแรมจะมีรถมารับ แต่ผมไม่ได้พักที่นั่น แต่พักที่สถานีเกษตรแทนจึงต้องรอรถให้ขึ้นไป รออยู่พักนึงรถก็ไม่ออก เนื่องจากไม่มีคน

ค่าโดยสารสำหรับรถตู้คนละ 70 บาท แต่ต้องรอ 10 คนขึ้นไป หรือไม่ก็เหมา 700 บาท ต่อเที่ยว (ไป-กลับน่าจะ 1,300 บาท ถ้าต้องการไปชมทะเลหมอก เที่ยวบ้านขอบด้ง บ้านนอแล ต้องจ่ายเพิ่มอีก 300 บาท)

ส่วนมอร์เตอร์ไซต์ที่รับจ้าง(ถนนฝั่งตรงข้ามจะมีคิวมอร์เตอร์ไซต์รับจ้างอยู่) พาขึ้นดอย จะอยู่ประมาณ 200 - 400 บาท

แต่ก็โชคไม่ร้ายนัก มีชาวบ้านที่จะขึ้นไปบนนั้นอยู่พอดีเลยขอติดรถเขาไปด้วย เขาขอค่าน้ำมัน 300 บาท (ไปกัน 2 คน) เลยติดรถเขาไปด้วย

ผมได้บ้านที่อยู่ไกลสุด 2 เตียงไม่ใหญ่มากนัก มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อม (ถ้าอยากอาบน้ำอ่ะนะ) และมีกาต้มน้ำไฟฟ้าให้ด้วย

เมื่อจัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย ก็ออกมาเดินเล่นในบริเวณที่เขาจัดสวนไว้ให้ ซึ่งจะเป็นดอกไม้เมืองหนาว รวมทั้งมีต้นซากุระอยู่ด้วย มีต้นกะหล่ำปลีประดับ สีขาว สีม่วง

อีกส่วนนึงจะเป็นป่าไผ่ ต้นใหญ่บ้างเล็กบ้าง แล้วก็มีสวนท้อกับบ้วย ซึ่งบางต้นก็ทำการติดตาเพื่อให้ต้นเดียวมีทั้งบ้วย และท้อ

เดินชมรอบ ๆ แล้วก็แวะไปอะไรทานที่ร้านอาหารบริเวณนั้น อาหารค่อนข้างที่จะธรรมดา โดยที่แม่ครัวจะลงไปซื้อมาจากด้านล่างเป็นส่วนใหญ่ จะมีเนื้อสัตว์บางอย่างที่เลี้ยงเอง ส่วนผักนั้นส่วนมากจะปลูกที่สถานีเกษตรอยู่แล้ว ผักจึงสด น่าทาน ส่วนราคาก็ไม่แพงสักเท่าไหร่

องุ่นปั่นอร่อยดี

แต่ผมไม่มีรถเลยไม่ได้ไปเที่ยวในบริเวณอื่น ซึ่งน่าจะมีสวนสตอเบอรี่ และสวนส้ม จะเดินไปก็ขี้เกียจ เลยไม่ได้ไปไหน ถ้ามีจักรยานหรือมอเตอร์ไซต์ก็จะดีมาก

แต่ถ้าจะให้ขี่มอเตอร์ไซต์ขึ้นมาเองคงไม่ไหว เพราะทางโหดมาก ถือว่าเป็นดอยที่โหดที่สุดเท่าที่ผมไปเที่ยวมาในหนนี้เลยทีเดียว รถไม่ดี คนขับไม่คล่อง คงรอดยาก

พอกลางคืนก็ไม่มีอะไรให้ดูแล้ว ยกเว้นสวนที่อยู่ใกล้ ๆ เดินอยู่นั่น นี่นิดหน่อยก็กลับมานอน

พอถึงตอนรุ่งเช้า ตื่นมาอากาศเย็นมาก ออกมาเดินเล่นรับลมเย็น ๆ มองไปก็เห็นแสงอาทิตย์ที่พาดผ่านเขาก็สวยอยู่เหมือนกัน

หลังจากนั้นก็หารถกลับ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าเป็นคนที่มาพักที่สถานีเกษตรถ้าหากไม่มีรถจะกลับจริง ๆ สามารถติดรถของแม่ครัวลงไปได้ แต่จะไม่รับคนที่ไม่ได้มาพักที่นี่ หรือจะลองติดต่อหารถลงไปเองก็ได้

เรารอรถแม่ครัว พร้อมกับที่ลองติดต่อหารถไปด้วย ก็ได้รถที่เขาขึ้นมารับคนด้านบนพอดี เลยขอติดรถเขาลงไปด้วย ก็เสียค่ารถไป 200 บาทในขาลง

เมื่อมาถึงที่วัดหาดสำราญ ทีแรกกะว่าจะนั่งรอรถประจำทาง แต่รออยู่พักนึง ไม่มาสักที เลยตัดสินใจไปบ้านกำนันเพื่อจะซื๋อตั๋วรถตู้กลับดีกว่า เลยไปจ้างมอเตอร์ไซต์รับจ้างให้ไปส่งที่บ้านกำนัน (คนละ 30 บาท) พอไปถึงปุ๊บ รถประจำทางก็วิ่งผ่านไปพอดี :(

ราคารถตู้เก็บเต็มราคา (150 บาทต่อคน) นั่งรออยู่พักนึง รถตู้ก็มาถึง แล้วก็นั่งกลับไปในตัวเมืองเชียงใหม๋

ระหว่างทางเจอด่านตรวจเขาขอบัตรประชาชนด้วย และขอค้นกระเป๋า แต่ไม่มีบัตรประชาชนให้ เพราะเอาไปเช่ารถเสียแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่ผมมีบัตรนักศึกษามสธ. อยู่ เลยยื่นให้เขาไป...

Comments

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • You can enable syntax highlighting of source code with the following tags: [code], [blockcode].
  • You can use Markdown syntax to format and style the text. Also see Markdown Extra for tables, footnotes, and more.

More information about formatting options