เชียงราย - วัดร่องขุ่น

มีคนพูดถึงวัดร่องขุ่นให้ผมฟังเยอะมาก ในหลาย ๆ มุมมอง แต่ผมไม่เคยได้ไปเห็นเองสักที ตอนแรกนั้นนึกว่า วัดนี้ต้อง อลังการใหญ่โตมาก แต่พอไปถึงแล้ว กลับผิดหวังเล็กน้อย

มันเล็กกว่าที่คิดไว้เยอะเลยแฮะ

ในที่นี้ ตั้งใจจะเน้นสีขาว แต่ทำไมไม่ใช้ดอกไม้ที่เป็นสีขาวในการตกแต่งเสียทั้งหมดก็ไม่รู้ หรือว่าเดี๋ยวมันจะขาวเกินไป ขาดความเป็นศิลปะ

และเนื่องจากผมไม่ค่อยชอบที่จะเที่ยวในวัดสักเท่าไหร่ กลัวที่จะเข้าวัดอยู่บ้าง โดยเฉพาะวัดที่ไม่คุ้นเคยแล้วยิ่งแล้วใหญ่ ก็เลยพาลให้ไม่ไปเที่ยววัดเก่า ๆ ทั้งในเชียงใหม่ และเชียงรายไปด้วยเลย วัดที่เข้าไปเที่ยวจริง ๆ เลยมีอยู่ 2 ที่คือที่นี่ และอีกที่นึงที่เชียงใหม่

ถ้ามองว่า วัดร่องขุ่นมันอลังการมันก็ใช่อยู่นะ แต่สำหรับผม ผมก็ว่า มันสวยดีอยู่หรอกนะ แอบคิดเล็ก ๆ ว่า ถ้าใส่สีสันลงไปมันจะสวยขึ้นไหม อันนี้ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ มันผิดคอนเซ็ปท์

เชียงใหม่ - เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี

มาถึงเชียงใหม่ เข้าพักเรียบร้อย ก็ติดต่อขอเช่ามอเตอร์ไซต์ เช่าจากร้านไบกี้ครับ คุยกันตั้งแต่ก่อนที่จะไปแล้วว่าจะขี้ขึ้นดอย เขาเลยเลือกมอเตอร์ไซต์ใหม่ ๆ เครื่องดี ๆ มาให้ (ขอบคุณมาก) แต่ก็ยังขอบัตรประชาชนเหมือนเดิม ราคาถูกกว่าเชียงรายเยอะ และพูดคุยดีด้วยครับ

ค่าเช่าที่นี่วันละ 200 บาท (เช่าหลายวันอาจจะได้ส่วนลดด้วย) ถ้าไปรับที่สนามบินจะคิดเพิ่ม 50 บาทครับ

ได้รถมาปุ๊บก็ขี่ไปที่งานราชพฤกษ์...

เชียงใหม่ - ดอยอ่างขาง

วันต่อมาเดินทางไปยังดอยอ่างขาง ซึ่งที่นี่จะนอนเล่นคืนนึงด้วย

การเดินทางนั้น ผมไปโดยรถตู้ ที่สถานีช้างเผือก สำนักงานจะอยู่ไปทางด้านหลังของสถานีเล็กน้อย ถ้าไปไม่ถูกสอบถามเอาแถวนั้นได้

ส่วนถ้ามีมอเตอร์ไซต์ก็มีที่รักฝากรถ (วันละ 10 บาท) มีคนฝากกันเพียบ โดยร้านจะเปิดตั้งแต่ ตี 4 กว่า ๆ แล้วปิดประมาณ ตี 1

รถตู้ที่ผมนั่ง เป็น VIP ซึ่งสบายหน่อย มีบริการน้ำดื่ม กับเข้าห้องน้ำฟรี ตรงจุดพักรถ

ราคาโดยสารสำหรับรถตู้ VIP 150 บาทต่อคน

ตอนนั่งไปก็เห็นหมอกอยู่ประปรายตามรายทางที่ไป นั่งรถไปจนถึงที่วัดหาดสำราญก็ต้องมารอรถที่จะขึ้นไปดอยอ่างขางอีกทอดหนึ่ง

ถ้าใครที่พักค้างคืนที่โรงแรมบนดอย ทางโรงแรมจะมีรถมารับ แต่ผมไม่ได้พักที่นั่น แต่พักที่สถานีเกษตรแทนจึงต้องรอรถให้ขึ้นไป รออยู่พักนึงรถก็ไม่ออก เนื่องจากไม่มีคน

ค่าโดยสารสำหรับรถตู้คนละ 70 บาท แต่ต้องรอ 10 คนขึ้นไป หรือไม่ก็เหมา 700 บาท ต่อเที่ยว (ไป-กลับน่าจะ 1,300 บาท ถ้าต้องการไปชมทะเลหมอก เที่ยวบ้านขอบด้ง บ้านนอแล ต้องจ่ายเพิ่มอีก 300 บาท)

ส่วนมอร์เตอร์ไซต์ที่รับจ้าง(ถนนฝั่งตรงข้ามจะมีคิวมอร์เตอร์ไซต์รับจ้างอยู่) พาขึ้นดอย จะอยู่ประมาณ 200 - 400 บาท

แต่ก็โชคไม่ร้ายนัก มีชาวบ้านที่จะขึ้นไปบนนั้นอยู่พอดีเลยขอติดรถเขาไปด้วย เขาขอค่าน้ำมัน 300 บาท (ไปกัน 2 คน) เลยติดรถเขาไปด้วย

ผมได้บ้านที่อยู่ไกลสุด 2 เตียงไม่ใหญ่มากนัก มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อม (ถ้าอยากอาบน้ำอ่ะนะ) และมีกาต้มน้ำไฟฟ้าให้ด้วย

กัมพูชา: พนมเปญ - เสียมเรียบ

ครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของผมที่เดินทางไปต่างประเทศ แม้จะเป็นประเทศใกล้ ๆ ก็ตาม ส่วนอีกคนนั้นเคยไปออสเตรเลียมาก่อน ไปเยี่ยมเพื่อนตอนที่เขาอยู่ที่โน่น ก่อนการเดินทางได้พยายามหาข้อมูลอยู่พอสมควร ด้วยความที่ว่า เราพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะได้กัน และไม่คุ้นเคยกับการเดินทางไปต่างประเทศสักเท่าไหร่

เราทั้งคู่ขอวีซ่าผ่านทางอินเทอร์เน็ต เป็น e-Visa แม้จะแพงกว่าขอแบบ On-Arrival อยู่ $5 ก็ตาม แต่สะดวกกว่ามาก เมื่อถึงสนามบินก็เดินไปช่องทางสำหรับ e-Visa ได้เลย แป๊บเดียวก็ผ่านออกมาได้แล้ว

แต่ได้ข่าวว่า อีกไม่นาน คนไทยเข้ากัมพูชาจะไม่ต้องใช้ Visa แล้ว ซึ่งสะดวกขึ้นมาก ไม่รู้เพราะอานิสงค์ที่คนไทยนิยมเอาเงินไปถมที่แถวชายแดนหรือเปล่า...

ในตัวพนมเปญนั้นมีสิ่งน่าสนใจอยู่คือ ตัวพระราชวัง ซึ่งในนั้นจะมีปราสาทเงินอยู่ด้วย ส่วนที่เสียมเรียบก็คงหนีไม่พ้นปราสาทต่าง ๆ อย่าง นครวัด-นครธมนั่นเอง

เชียงใหม่ - น้ำพุร้อนสันกำแพง

ที่สุดท้ายที่ไปในการเที่ยวเชียงใหม่ก็คือ น้ำพุร้อนสันกำแพง

น้ำพุร้อนอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองค่อนข้างมาก แต่หนทางก็สะดวกสบายดี แต่ผมไปทางที่เป็นทางลัด ถนนจึงมีหลุมมีบ่อบ้าง ชมบรรยกาศไปเรื่อย ๆ การขี่บนถนนเส้นนี้ เลยได้เห็นการที่เขาอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นต้นไม้ริมทางไว้ด้วย

พอไปถึงบริเวณน้ำพุ ปรากฏว่ามีเด็กนักเรียนมากันเยอะมาก ดูวุ่นวายไปสักนิด ตรงจุดที่มีน้ำพุร้อนก็ไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไว้นิดหน่อย ก่อนที่จะกลับมานั่งที่ที่เขาให้เอาเท้าแช่ลงไปได้

ในตอนแรกกะว่าจะนั่งที่ที่คนน้อย ๆ (คือตอนส่วนบน ๆ ของทางน้ำ) แต่พอลองเอาเท้าสัมผัสน้ำดูเท่านั้น... ร้อน!! เลยเปลี่ยนใจมานั่งแช่เท้ารวมกับผู้คน

นั่งแช่ไปนั่งแช่มา เอาสบายดีแฮะ ถ้าอยู่แถวนี้ น่าจะมาแช่บ่อย ๆ นะเนี่ย

เชียงใหม่ - ดอยสุเทพ ดอยปุย ขุนช่างเคี่ยน

วันนี้ออกเดินทางแต่เช้า เพื่อจะไปดูดอกนางพญาเสือโคร่งกันที่ขุนช่างเคี่ยน ตามแผนคือแค่อยมาแวะดอยปุย และดอยสุเทพภายหลัง

ก่อนที่จะไปดอยสุเทพก็แวะที่ตลาดวโรรสเพื่อหาซื้อของกินกันนิดหน่อย

ก่อนจะขึ้นดอยสุเทพ ก็แวะไหว้ อนุเสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ก่อน เพื่อเป็นศิริมงคล คนเยอะพอสมควร

อนุเสาวรีย์นั้นอยู่ไม่ห่างจากสวนสัตว์เชียงใหม่สักเท่าไหร่นัก และการขึ้นดอยทางนี้น่าจะสะดวกกว่าทางที่ Google Maps แนะนำให้ด้วย (คิดเอาเอง เพราะไม่ได้ไปอีกทางนึง)

วัดพนม

สำหรับการไปวัดพนมนั้นผมเดินไป เพราะว่าจะหาที่ซื้อตั๋วเรือ และหาโทรศัพท์โทรไปบอกคุณโต๊ะเรื่องรถด้วย แต่ผมดันลืมนึกถึงโรงแรมที่เสียมเรียบไปสนิทในตอนนั้น

พอเดินออกมาจากโรงแรมได้หน่อยนึงก็เจอ คนขับแท็กซี่เมื่อวานถามว่าจะเหมารถไปเที่ยวไหม เราก็ปฏิเสธไป ก่อนที่จะเริ่มเดินมั่ว ๆ ตามแผนที่ที่ได้มา แต่สรุปว่า ไปไม่ถูกสุดท้ายก็เลยต้องเดินไปถามทางกับคนแถว ๆ นั้นเอา เขาก็ใจดีบอกให้ว่าเดินไปทางไหน

หลังจากเดินตามทางที่เขาชี้มาให้ ก็เจอกับโต๊ะรับโทรศัพท์ แบบนาทีละ 2 บาทบ้านเรา แต่ของเขาจะเป็นนาทีละ 300 - 400 R แทน เขาจัดการโทรไปหาคุณโต๊ะเพื่อติดต่อเรื่องรถก่อน หลังจากคุยกัน และตกลงกันเรียบร้อยก็เดินทางต่อ วันนี้อากาศค่อนข้างเย็น เดินไปได้สักพักก็เริ่มหิว หันซ้ายหันขวา ดูท่าจะหาร้านอาหารยาก

เชียงใหม่ - ดอยอินทนนท์

ดอยอ่างขางไปมาแล้ว ทีนี้ก็เหลือดอยสุดท้ายที่จะต้องไป เหนือสุดในสยาม ดอยอินทนนท์

ตื่นเช้ามา อาบน้ำแต่งตัว แล้วก็ไปดอยอินทนนท์กันเลย กะว่าจะไปหาอะไรทานที่แถววัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ก่อนจะขึ้นไปดอยอินทนนท์

ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มายังวัดจอมทองนั้นประมาณ 60 ก.ม. (ถนนหมายเลข 108) ขี่มอเตอร์ไซต์มากันเองก็ได้ สะดวกว่ามาหารถเช่าเอาแถวนี้ ถนนก็ค่อนข้างดีจึงไม่เป็นปัญหาอะไรมากนัก

เมื่อมาถึงวัดก็เข้าไปไหว้พระธาตุกับดูไม้คำดวงเสียหน่อย วัดนี้ถือเป็นวัดของคนที่เกิดปีชวดอย่างผม เลยยังไงก็ต้องแวะดูสักหน่อยให้ได้ :)

เมื่อดูในวัดแล้วก็ออกมาหาอะไรทานข้างนอกวัด ก่อนที่จะเตรียมตัวขึ้นไปยังดอยอินทนนท์ (ถนนหมายเลข 1009) (มีคนแนะนำว่าจะไปดอยอินทนนท์ให้จำไว้ว่า ร้อยแปดพันเก้า ซึ่งเป็นชื่อหมายเลขถนนนั่นเอง)

ค่าใช้จ่ายสำหรับเข้าอุทยานก็จะอยู่ที่ คนละ 100 บาท แล้วก็เก็บค่าสำหรับยานพาหนะ สำหรับมอเตอร์ไซต์จะเป็นคันละ 20 บาท บัตรนี้จะใช้ผ่านเข้าชมได้ทุกส่วนของอุทยาน โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก

เราตัดสินใจที่จะไปให้ถึงยอดดอยก่อน แล้วค่อยลงมาดูน้ำตกกันภายหลัง ดังนั้น จึงมุ่งหน้าขึ้นดอยกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ขี่มอเตอร์ไซต์กันไปเรื่อย ๆ ระยะทางก็มีชันบ้างบางช่วง แต่ขับสบาย เพราะถนนที่กว้าง และลาดยางตลอดสาย จึงทำให้ไม่เป็นปัญหาเลย

พระราชวังหลวง และวัดเงิน

พอเดินมาถึงริมแม่น่ำแล้วทำให้รู้สึกว่าลมแรงมาก เมื่อรวมกับฝนที่ตกปรอย และอากาศเย็น ๆ แล้วชวนให้เป็นหวัดดีแท้ ตรงจุดนี้ ผมเจอกับตุ๊ก-ตุ๊ก ที่ยอมมาตามตื้อให้ใช้บริการของเขาอยู่นั่นแหละ ปฏิเสธไปหลายรอบบอกว่า ไม่ไป ๆ แต่ก็ยังพยายาม เล่นเอาตอนหลัง ๆ มานี่ กลัวตุ๊ก-ตุ๊กไปเลย

กลุ่มปราสาทนครธม

วันรุ่งเช้านั่งรอคุณโต๊ะมารับ พอได้เวลาเขาก็มาพร้อมกับเพื่อน บอกว่าตัวเองรถเสียให้เลยอีกคนมาแทนชื่อ สมอาจ คนนี้พูดภาษาไทยได้เหมือนกัน แต่ดูจะไม่คล่องเท่า

ส่วนตัวคิดว่ารถคงจะไม่เสียหรอก แต่อยากให้เพื่อนได้ลูกค้าบ้างมากกว่า ซึ่งก็แล้วแต่คนมอง ผมรับได้ และดีที่มีเพื่อนแบบนี้นะ ช่วย ๆ กันไป

คุณสมอาจคนรถพามาที่ร้านลี่ลี่ในตอนเช้า ตอนนั้นผมไม่ได้สั่งก๋วยเตี๋ยวเนื่อ แต่สั่งอาหารอย่างอื่นมาแทน รสชาติใช้ได้นะ

สิ่งที่สังเกตเห็นอีกอย่างเมื่อมาร้านนี้คือ น้ำตาล เขาตั้งน้ำตาลให้เป็นขวด ๆ เลยให้ใส่ในอาหาร และเครื่องดื่ม เพราะเครื่องดื่มเขาไม่ใส่น้ำตาลให้

Pages